หมวดหมู่: สุขภาพ

เกล็ดคามรู้เรื่องกาแฟ และ สุขภาพ

กาแฟเป็นอาหารที่อยู่กับมนุษย์เรามาช้านาน สำหรับกาแฟจริงๆแล้วสารที่ออกฤทธิ์ก็คือกาแฟอีน ซึ่งในกาแฟนั้นได้มีสารออกฤทธิ์หลายอย่างและวันนี้เราจะมาแยกออกมาให้เป็นสองส่วน ส่วนที่แรก ก็คือประโยชน์ของกาแฟ แล้วก็ส่วนที่สองก็คือข้อเสียของกาแฟแน่นอนว่ากาแฟหรืออาหารทุกชนิดที่อยู่บนโลกหมอมักจะไม่ตอบว่าอะไรดีอะไรไม่ดี

เพราะตัวอาหารต่างๆนั้นมันได้ถูกสร้างขึ้นมาจากธรรมชาติให้แตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าใครรับประทานมันแล้วดีใครรับประทานแล้วไม่ดีตัวอาหารเขาไม่ได้ผิดเพียงแต่ว่ามันเหมาะกับใครแค่นั้นเองชะนั้นกาแฟเองก็เช่นกันทุกๆอย่างที่เป็นอาหารจะต้องดำเนินทางสายกลางหากรับประทานเกินไปมันอาจจะไม่ดีรับประทานน้อยเกินไปมันอาจจะไม่ออกฤทธิ์อาจจะไม่ได้ผลกาแฟมันก็จะมีเพื่อนๆที่มันมีสารกาแฟอีนอยู่ในนั้นมันจะมีอะไรบ้าง มีชา กาแฟ โกโก้ ช็อกโกแลต น้ำอัดลม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง

มียาหลายชนิดที่ใส่กาแฟอีน ทั้งหมดนี้มันคือญาติพี่น้องกันหมดที่มีกาแฟอีนย้อนกลับไปตามประวัติ2737ปีก่อนคริสตกาลหรือประมาณ2157ปีก่อนพุทธศักราชได้มีประวัติเขียนเอาไว้ว่าจักรพรรดิชาวจีน ซึ่งท่านก็ได้ต้มน้ำเดือดอยู่แล้วกิ่งใบชาได้หล่นพอท่านได้เอากิ่งออกใบไม้ออกมันได้ทำให้มีกลิ่นดีและมันก็ได้เป็นจุดเริ่มต้นเครื่องดื่มที่ผสมกาแฟอีนที่มนุษย์ได้ดื่มกันเป้นครั้งแรกหลังจากที่กษัตริย์จักรพรรดิชาวท่านได้ค้นพบชาหลังจากนั้นอีกนานหลายร้อยปีจนมาถึงศตวรรษที่9

เราก็ได้มีประวัติเพิ่มเติมเข้ามาว่าชาวเอธิโอเปีย ซึ่งชาวเอธิโอเปียคนนี้ก็เลี้ยงแพะไปจากนั้นแพะตัวนั้นมันได้ไปกินเมล็ดกาแฟดิบจากนั้นได้ทำให้มันมีแรงมหาสารจากนั้นคนเลี้ยงแพะก็เลยนำเอามารับประทานด้วยแล้วก็มีพลังในประวัติเขาได้กล่าวเอาไว้อย่างนั้นหลังจากเวลานั้นจึงมาถึงเวลานี้มนุษย์ก็เลยได้รู้จักกับกาแฟ กาแฟเขาได้มีอยู่สองสายพันธุ์หลักๆในโลกใบนี้

หนึ่งก็คืออกาแฟโรบัตต้าต้นกำเนิดนามาแล้วที่เจออยู่ในภาคกลางและภาคตะวันตกของทวีปแอฟริกาอีกชนิดหนึ่งเขาเรียกว่ากาแฟอาราบิก้าต้นกำเนิดได้อยู่ในเอธิโอเปียแล้วก็ประเทศเยเมนปัจจุบันนี้มนุษย์ทั่วโลกเขาได้ทำการวิจัยเอาไว้ประมาณ80%รับประทานกาแฟอีนกันทุกวัน80%ของคนทั้งโลกแบ่งออกเป็น71%รับประทานกาแฟ16%รับประทานน้ำอัดลมน้ำเครื่องดื่มบำรุงกำลังแล้วก็12%รับประทานชา จะเห็นว่ากาแฟอีนได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเราพอเริ่มโตขึ้นมาอีกหน่อยเริ่มจะสอบเริ่มจะอ่านหนังสือก็จะเริ่มไม่เราก่อนก็จะเพื่อนๆซักชวน

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame

รองพื้นสุดปังศรีจันทร์แบบซอง

ซึ่งในปี2019นั้นรองพื้นศรีจันทร์ถือว่าโดนจัดอยู่ใน Favorite ของใครหลายๆคนเลยทีเดียวและในปี202นั้นศรีจันทร์ก็ได้มีการออกรองพื้นในรูปแบบซองที่มีปริมาณ7กรัมและได้รับฉายาเป็นรองพื้นเจ้าหญิง เนื้อของรองพื้นนั้มีความเนียนนุ่ม เนื้อละเอียดและสามารถเกลี่ยได้ง่ายและไม่ทำให้หนักผิวด้วยและถือว่าพิเศษมากสำหรับการปกปิดสามารถปกปิดได้ถึงระดับสูงสุดเลยทีเดียว และยังสามารถกันน้ำและกันเหงื่อได้ด้วย

การลงรองพื้นศรีจันทร์แบบซองนั้นเริ่มต้นจากการลงสกินแคร์ต่างๆ ที่เราใช้เป็นประจพโดยไม่ต้องลงไพร์เมอร์เพราะรองพื้นนั้นสามารถควบคุมความมันและไม่ทำให้หน้าดรอประหว่างวันด้วย ก่อนลงรองพื้นเราจะสังเกตหน้าได้ว่าหน้าเราที่มีทั้งสิว รอยจุดด่างดำ หรือรอยที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆนานา และเมื่อลงรองพื้นควรแต้มเป็นจุดๆบนใบหน้าโดยไม่ต้องใช้เยอะ

ใช้ในปริมาณที่พอดีกับหน้า เพราะถ้าหากใช้เยอะเกินอาจจะทำให้หน้านั้นมีความหนาเกินไปนั่นเองเมื่อแต้มเป็นจุดๆแล้วนั้นก็ใช้มื่อเกลี่ยให้รองพื้นทั่วใบหน้า และใช้ปรงหรือฟองน้ำรูปไข่ในการแทปเพื่อให้รองพื้นนั้นเซ็ทตัวและเข้ากับหน้าได้ดี เมื่อลงรองพื้นไปแล้วเราจะสังเกตได้เลยว่าหน้าที่ลงรองพื้นนั้นจะมีความเนียนและดูเป็นธรรมชาติกลมกลืนไปกับผิว จะไม่ประสบปัญหาน้าลอยอย่างแน่นอนแต่จะต้องเลือกให้ถูกเบอร์และสีรองพื้นเหมาะกับสีผิวของตัวเองนะสาวๆ

และพวกริ้วรอย รอยด่างดำต่างๆบอกได้เลยว่าศรีจัยทร์นั้นเอาอยู่ แต่ถ้าเป็นรอยที่เข้มก็อาจจะแต้มรองพื้นเพิ่มในจุดนั้นๆและแทปด้วยฟองน้ำรูปไข่ ก็จะทำให้ริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆนั้นเรียบกลืนไปกับผิวนั่นเองและจากนั้นอาจจะเซ็ทด้วยแป้งฝุ่นอีกเล็กน้อยเพื่อให้หน้าดูมีชีวิตชีวาขึ้น 

นอกจากจะได้ผิวผิวหน้าที่เรียบเนียนและดูสุขภาพดีแล้วนั้นที่สำคัญสามารถหาซื้อได้ง่าย สามารถหาซื้อได้ตาม7-11ทุกสาขาส่วนสีนั้นจะมีสีให้เลือกด้วยกัน2สี คือสี120 จะเหมาะกับคนที่มีสีผิวขาว และ130 จะเหมาะกับคนที่มีสีผิวคล้ำ ซึ่งถ้าอยากให้หน้าขาวก็เลือกสีขาว เพราะศรีจันทร์นั้นการันตีไว้ว่าไม่ทำให้หน้าลอยแน่นอน แต่ถ้าหากกัลวลอยก็ควรเลือกสีที่เหมาะกับผิวหรือจะซื้อสองสีมาผสมกันก็ได้ ที่สำคัญคือราคาถูกมาก เพียงซองละ49บาท ซองนึงใช้ได้นานมาก ถือว่าราคาคุ้มค่ากับคุณภาพอย่างมากเพียงแค่นี้ก็สวยได้ในราคาย่อมเยาว์

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ถูกกฎหมาย

สาเหตุที่คุณปวดหัวบ่อยๆ มันมีที่มานะ!

การที่คุณปวดหัวบ่อยๆ บางทีคุณเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเกิดอาการปวดหัวบ่อย แต่จริงๆแล้วการปวดหัวนั้นมักจะมีที่มาและมีสาเหตุที่คุณอาจจะไม่รู้ วันนี้เรามีเรื่องสุขภาพดีๆมาฝาก คือการปวดหัวนั้นมันมีสาเหตุนะ ไปดูสิว่าคุณอยู่ในสาเหตุหรือที่มา ตัวไหน 

เครียดและใช้ความคิด

การทำงานหรือการที่คุณเครียดหรือโฟกัสกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนานๆและเกิดการใช้สมองอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นสาเหตุใหญ่ๆที่คนทำงานหรือคนทั่วไปมักจะเป็น การปวดหัวแบบนี้จะเกิดก็ต่อเมื่อการใช้ความคิดหรือการใช้สมองหนักเกินไป

การขาดคาเฟอีน 

คุณที่ทำงานตอนเช้าและมักเกิดอาการง่วงนอน ต้องกินกิน ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มคาเฟอีน เพื่อให้รู้สึกสดชื่น ในทุกๆวัน และหากวันไหนที่คุณหยุด หรือ ปริมาณที่กินคาเฟอีน มันน้อยกว่าปกติ มันจะทำให้ร่างกายคุณหงุดหงุด และมีอาการปวดหัวตามมา เพราะเนื่องจากร่างกายนั้นติดคาเฟอีนไปแล้ว เพราะขาดเลยทำให้คุณปวดหัวนั้นเอง ทางทีดีคุณต้องค่อยๆลดคาเฟอีนและอย่ากินบ่อยจนร่างกายติด 

ค่าสายตาเปลี่ยน 

นั้นหมายถึงคุณมีอาการสายตาสั้นขึ้น หรือ สายตายาวขึ้น ซึ่งพอค่าตาเปลี่ยน ร่างกายมักจะปฏิบัติเป็นอัตโนมัติ คือ พยายามเพ่งเล้งสิ่งของ และนั้นเองคิดสาเหตุที่ทำให้คุณทั้งปวดตาและปวดหัวไปด้วยนั้นเอง หากค่าสายตาคุณเริ่มเปลี่ยนอย่าพยายามฝืนนะ คุณควรจะไปวัดค่าสายตาและใส่แว่น หรือคอนแทคเลนส์ เพื่อความปลอดภัยของตัวเรา เพราะการที่คุณมีค่าสายตาที่เปลี่ยนทำให้การดำเนินในชีวิตแต่ละวันจะต้องคอยระวังตลอดเวลา และยังส่งผลไปถึงอาการปวดหัวได้อีกด้วย

การเกร็งคอกล้ามเนื้อคอ ไหล่ ตึง

การที่เราต้องไปทำงานและใช้คอมในทุกๆวันและนั่งเป็นเวลานานๆ คุณรู้หรือไม่ว่าคุณมีโอกาสที่จะปวดหัวง่ายมาก เพราะเกิดจากการที่คุณนั่งทำงานท่าเดิมและเกร็งต้นคอและหัวไหล่ ระหว่างการทำงานหรือใช้คอมพิวเตอร์ หรืออีกอย่างที่ทุกคนมักเรียกกัน คือ ออฟฟิศซินโดรม นั้นเอง มันเกิดจากอการที่ไหล่ คอ เกร็งกล้ามเนื้อ และพอเกร็งนานๆ บ่อยๆ เส้นก็จะตึงไปด้วย การเป็นว่าทำให้คุณปวดคอและปวดหัวนั้นเอง วิธีแก้คือระหว่างทำงานก็มายืดเส้นยืดสายบ้าง หรือ กลับบ้านก็แช่น้ำอุ่นหรือเอาน้ำอุ่นมาประคบที่คอให้เกิดการคลายกล้ามเนื้อบริเวณที่เราใช้งานมา 

คุณลองสังเกตตัวเองดูว่าสาเหตุหรือที่มาที่ทำให้คุณปวดหัวในแต่ละครั้งนั้นมาจากไหน หากคุณรู้ที่มาแล้วคุณจะได้ป้องกันการปวดหัวได้ง่ายขึ้นนะ

 

สนับสนุนโดย  bk8

ใส่หน้ากากอนามัยห่างไกลโลก

         ในช่วงนี้นั้นทางรัฐบาลเองต่างก็พยายามรณรงค์ให้กับประชาชนนั้นยังคงต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อเวลาที่เรามีความจำเป็นต้องออกไปนอกบ้านซึ่งจริงๆแล้วการสวมใส่หน้ากากอนามัยนั้นในความคิดของคนบางกลุ่มนั้นมองว่าคนที่สวมใส่หน้ากากอนามัยควรจะเป็นผู้ป่วยที่ป้องกันเชื้อโรคของตนเองนั้นแพร่ให้กับคนอื่นแต่อันที่จริงนั้นถึงแม้เราจะไม่ใช่ผู้ป่วยก็ตามเราก็สามารถสวมใส่หน้ากากอนามัยได้เพื่อป้องกันผู้ป่วยนั้นแพร่มาหาเราโดยที่ผู้ป่วยเขาไม่มีการป้องกันดังนั้นตัวเราเอง

ก็สามารถป้องกันให้กับตนเองได้การสวมใส่หน้ากากอนามัยนั้นมีความจำเป็นมานานก่อนหน้าที่จะมีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าเสียอีกเนื่องจากว่าก่อนหน้านั้นมีการระบาดในเรื่องของมลพิษทางอากาศซึ่งเราจะเห็นได้ว่าช่วงประมาณตั้งแต่ต้นปีระกาคมพ.ศ 2552 เป็นต้นมาประเทศไทยมักจะประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของมลพิษค่า PM 2.5 มาโดยตลอด

ซึ่งแต่ละพื้นที่นั้นก็จะมีมลพิษค่อนข้างสูงบางครั้งก็เกินมาตรฐานที่มีการกำหนดไว้ซึ่งการที่เราสูดเอามลพิษเข้าไปนี้เองก็จะทำให้เราเจ็บป่วยได้ง่ายรวมถึงมีโรคภัยไข้เจ็บเข้ามาสู่ร่างกายของเราได้บ่อยมากขึ้นดังนั้นการที่จะสามารถป้องกันการ เอา PM 2.5 เข้าไปหรือสุดเอาฝุ่นควันเข้าไปให้ปอดเราต้องทำงานหนักนั่นเอง

ดังนั้นหน้ากากอนามัยจึงมีความสำคัญนับตั้งแต่ก่อนที่จะมีการระบาดของเชื้อโรคแล้วเพียงแต่ว่าประชาชนคนไทยนั้นไม่ค่อยที่จะให้ความสำคัญมากนักโดยมองว่าหากเป็นคนธรรมดาทั่วไปก็ควรจะได้รับอากาศบริสุทธิ์ตามปกติแต่ไม่เคยมองว่าอากาศที่เราคิดว่ามันบริสุทธิ์นั้นตอนนี้มันไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่เราคิดแล้วเนื่องจากประชาชนนั้นได้มีการบุกรุกทำลายป่าไม้และมีการทิ้งขยะกันมากขึ้นรวมถึงมีท่อไอเสียจากรถยนต์ค**พุ่งขึ้นไปในอากาศทำให้อากาศที่เคยบริสุทธิ์มา

ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์นั้นปัจจุบันมีแต่กลิ่นควัน และมีมลพิษต่างๆมากมายซึ่งถ้าเราไม่ใส่หน้ากากอนามัยแล้วเราก็จะดูดเอาควันพิษนั้นเข้ามาทำให้ระบบภายในร่างกายของเราได้รับความเสียหายและเจ็บป่วยได้ง่ายนั่นเองซึ่งอันที่จริงแล้วการที่เราจะสูดควันพิษเข้าไปหรือไม่นั้นไม่มีใครที่จะมาบอกเราได้หรือสั่งการเราได้ว่าเราควรจะทำอย่างไร

ดังนั้นเราควรจะมีการดูแลร่างกายของเราเองซึ่งหน้ากากอนามัยนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้ที่มนุษย์ทุกคนควรจะมีการสงสัยกันเอาไว้เมื่อเวลาต้องออกไปนอกบ้านถึงแม้ว่าเรานั้นจะไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยอะไรเลยก็ตามและถึงแม้ว่าต่อไปในอนาคตเชื้อระบาดของไวรัสโคโรนาจะหมดไปแต่การสวมใส่หน้ากากอนามัยก็ยังเป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างต่อเนื่องไปตลอดเพราะเราไม่รู้หรอกว่าเชื้อโรคอื่นๆจะตามมาอีกหรือไม่นอกจากเชื้อไวรัสโคโรน่านั้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

ประจำเดือนบอกว่าเราเป็นโรคอะไรได้บ้าง

          อาจกล่าวได้ว่าการมีประจำเดือนสำหรับผู้หญิงนั้นไม่สามารถหลีกหนีกันพ้นซึ่งผู้หญิงทุกคนเมื่อพูดถึงประจำเดือนจะทำให้นึกถึงแต่ความไม่สบายตัว ทั้งการปวดท้องช่วงมีประจำเดือนบางคนมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมากทำให้เกิดสิวขึ้นได้ หรือบางคนมีอาการปวดหลังร่วมด้วยแต่ใช่ว่าการเป็นประจำเดือนจะมีแต่ผลเสียอย่างเดียว

เพราะประจำเดือนมีการเกี่ยวพันธ์กับอวัยวะภายในของร่างกาย ดังนั้นลักษณะของประจำเดือนที่ออกมาแต่ละเดือนจะสามารถเราได้ว่าเรามีความผิดปกติอะไรบ้าง มาลองดูกันค่ะเพราะการที่เราสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ได้ก่อนก็จะทำให้เราไปพบแพทย์เพื่อรักษาได้เร็วขึ้น ทำให้ชีวิตเราปลอดภัยมากขึ้นดังนั้นสัญญาณที่จะสามารถบอกเราได้ว่าประจำเดือนที่มาผิดปกติของเรานั้นเป็นสาเหตุของโรคอะไรกันแน่

  1. หากพบปัญหารอบเดือนมาไม่ปกติ มาไม่สม่ำเสมอ มีการเลื่อนทุกเดือน แบบนี้ไม่ได้เกิดโรคอะไรแต่ถ้าหากมาพร้อมอาการผิดปกตเหล่านี้เพิ่ม เช่น ปวดหัวทุกครั้งที่มีประจำเดือน มองเห็นไม่ชัดเจนและมีขนขึ้นเยอะกว่าเดิม อาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรค เนื้องอกในรังไข่
  2. แต่ถ้าหากมีปัญหาประจำเดือนมามากกว่าหนึ่งสัปดาห์ และมีอาการปวดท้องน้อยและมีขนาดโตขึ้นและปัสสาวะบ่อยหรือมีการปวดท้องระหว่างมีเพศสัมพันธ์ อาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรคเนื้องอกในมดลูก
  3. หากประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ รวมถึงมีอาการอ่อนเพลีย ทำงานได้ช้า เวียนหัวบ่อย หน้าแต่เกินวัยขนในอวัยวะสืบพันธ์หลุดร่วง ผิวหนังแห้ง หยาบ อาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรคโรคต่อมใต้สมองขาดเลือด
  4. แต่หากพบว่ามีลิ่มเลือดออกมาพร้อมกับประจำเดือนในปริมาณที่มากผิดปกติ เป็นประจำทุกเดือน อาจสันนิฐานได้คุณกำลังเสี่ยงกับการเป็นโรค อุ้งเชิงกรานอักเสบ
  5. ส่วนถ้าประจำเดือนมากน้อยมาก แต่มีสีเข็มมาก รวมถึงมีอาการเวียนหัวบ่อย เหนื่อยง่ายและไม่ค่อยมีแรงอาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรค โรคโลหิตจาง
  6. แต่ถ้าประจำเดือนของคุณมีกลิ่นเหม็นเหมือนกลิ่นคาวปลา รวมถึงมีอาการคัน แสบในช่องคลอดบางครั้งมีตกขาวที่มากผิดปกติ และตกขาวอาจเป็นสีขาวขุ่นหรือสีเทา อาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรคติดเชื้อไวรัส     หรือแบคทีเรียที่ช่องคลอด
  7. แต่ถ้าบางคนมีประจำเดือนออกมามากผิดปกติ รวมถึงมีลักษณะหน้าซีด ตัวซีดปวดท้องน้อยที่สำคัญประจำเดือนมีกลิ่นคาวปลา อาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรค ปีกมดลูกอักเสบ
  8. แต่ถ้าหากมีประจำเดือนเยอะ และยิ่งใกล้วันหมดประจำเดือนยิ่งปวดท้องหนักกว่าเดิม อาจสันนิฐานได้คุณกำลังเสี่ยงกับการเป็นโรค ช็อคโกแลตซีสต์

          อย่าลืมสังเกตอาการของประจำเดือนทุกครั้งกันด้วยนะคะ ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งหมั่นตรวจสอบความผิดปกติของร่างกาย หากมีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้นแต่ไม่แน่ใจว่าเราเป็นโรคเหล่านี้หรือไม่อย่าลืมไปพบแพทย์ให้ตรวจให้ละเอียดอีกครั้งนะคะ   

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนัน

ไม่อยากเป็นโควิด-19 ก็อย่าแตะต้องหน้าตนเองให้บ่อยมากนัก 

       อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าช่วงนี้เพื่อโลกกำลังประสบสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาซึ่งไวรัสชนิดนี้จะติดต่อกันได้จากการที่สัมผัสของเหลวเข้าไปในร่างกายดังนั้นวิธีการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าในช่วงนี้ก็คือการที่เราจะต้องมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยแล้วก็ใช้เจลล้างมืออยู่ตลอดเวลาสาเหตุที่เราต้องมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยนั่นก็คือว่าป้องกันของเหลวต่างๆจากคนที่เป็นโรค Corona นั้นกระเด็นมาถูกหน้าตาของเราแล้วอาจจะเข้าไปบริเวณดวงตาหรือปากของเราทำให้เราติดโรคชนิดนี้ได้

ดังนั้นเราจะรู้อยู่แล้วว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้เข้าไปสู่ร่างกายของเราด้วยปากหรือตาก็ได้สิ่งที่ตามมาก็คือหากเราต้องการที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้ตนเองติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นเราจำเป็นจะต้องไม่สัมผัสหน้าตาของเราบ่อยมากนักเราลองนึกถึงดูว่าหากคนที่มีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ในร่างกายก็อาจจะมีการสัมผัสหน้าตาของตนเองเช่นเขาอาจจะไปโดนเหงื่อของตนเอง

หรือเอามือเช็ดน้ำมูกของหนูเองหลังจากนั้นเขาก็ไปจับอุปกรณ์อื่นๆต่างๆมากมายโดยที่เขาเองอาจจะไม่ได้ตั้งใจและเมื่อใดก็ตามที่เราถึงแม้ว่าจะไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแต่ไปจับตรงบริเวณที่คนที่มีเชื้อไปจับซึ่งก็ถือว่าเรานั้นแต่ต้องเชื้อไวรัสโคโรน่ามาแล้วหากเราล้างมือทิ้งเธอก็จะหลุดลอกไปหรือตายไปแต่ถ้าหากว่าเรายังไม่ได้ล้างมือเชื้อก็ยังจะคงติดอยู่กับมือของเราและเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเอามือมาป้ายหน้าป้ายตาของเราก็จะทำให้เชื้อนั้นสามารถเข้าสู่ร่างกายของเราได้นั่นเอง

จึงเป็นที่มาว่าทำไมเราถึงจะต้องมีการระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องของการจับหน้าตาของตนเองในช่วงเวลานี้เพราะเชื้อโรคนั้นมันสามารถเข้าผ่านทางตาทางปากหรือแม้แต่ทางจมูกหรือหากเรามีแผลมันก็สามารถเข้าไปสู่ทางแผลของเราได้นั่นเองดังนั้นเราจะเห็นว่าคนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นคือคนที่ไม่ได้มีการใส่หน้ากากอนามัยป้องกันและอาจจะเกิดจากการที่พวกเขาไปจับเชื้อโรคแล้วนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย

ไม่ว่าจะเป็นทางใดก็ทางหนึ่งนั่นเอง อย่างไรก็ตามเรา เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนนั้นค่อนข้างที่ ค่อนข้างที่จะควบคุมตัวเองได้ยากอย่างที่เรามีการห้ามไม่ให้เอามือไปจับหน้าตานั้นโดยปกติแล้วทุกคนตลอดเวลาอยู่แล้วจะต้องมีการเอามือไปโดนบริเวณหน้าตาของตนเองไม่ว่าจะเป็นการหูจมูกหรือเอามือปัดปอยผมบริเวณใบหน้าซึ่งต่างๆเหล่านี้ก็คือการไปสัมผัสหน้าตาของตนเองนั่นเองดังนั้นสิ่งที่เป็นการห้ามไม่ให้เราเอามือไปจับหน้าตานั้นมันอาจจะทำให้ไม่สามารถทำได้มากนัก

เนื่องจากว่าคนส่วนใหญ่อาจจะทำไปโดยที่เผลอเลยก็เป็นได้ดังนั้นวิธีการที่เราจะสามารถป้องกันไม่ให้มือเราไปโดนหน้าตาของเราเองนั้นก็คือการที่เราต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยเพราะเมื่อเราใส่หน้ากากอนามัยปุ๊บเราจะรู้อยู่แล้วว่าเราจะต้องมีการควบคุมมือของเราไม่ให้ไปโดนสัมผัสส่วนที่เป็นใบหน้าที่มีหน้ากากอนามัยป้องกันอยู่แล้วแล้วนี่จะช่วยให้เราลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้มากยิ่งขึ้น

 

สนับสนุนโดย  sagame666

ทำอย่างไรเมื่ออาหารติดคอ

           หากพูดถึงอาการอาหารติดคอนั้นเราจะพบด้วยว่าช่วงนี้เรามักจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับเรื่องอาหารติดคอกันบ่อยมากขึ้นโดยพบว่าส่วนใหญ่แล้วจะเป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่รวมถึงคนชราเมื่อไม่นานมานี้เองก็มีข่าวอาหารติดคอผู้สูงวัยที่เป็นเงาะโชคยังดีที่ทางโรงพยาบาลสามารถที่จะช่วยเหลือคุณยายคนดังกล่าวเอาไว้ได้

แต่หลายคนก็พบว่ามีอาหารติดคอแล้วทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน และจากสถิติที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ที่มีอาการอาหารติดคอแน่นในแต่ละปีมากกว่า 500 คนขึ้นไปซึ่งถือว่าเป็นยอดที่สูงมากทีเดียว สำหรับอาการติดคอส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นเวลาที่เรากินสิ่งใดเข้าไปก็แล้วแต่เช่นอาจจะทานอาหารหรือแม้แต่ทานยาเข้าไปแล้วเผอิญเกิดไปสำลักในช่วงที่ของเรานั้นกำลังลงไปที่ลำคอทำให้สิ่งของเหล่านั้นไปเกิดอุดตันตรงที่บริเวณลำคอซึ่งทำให้ไม่สามารถที่จะดึงออกซิเจนไปทำการหล่อเลี้ยงสมองได้

ซึ่งจะมีผลต่อระบบสมอง แล้วถ้าหากใครที่ไม่สามารถรักษาได้ทันท่วงทีออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอก็อาจจะเกิดเป็นโรคเจ้าหญิงนิทราหรือเจ้าชายนิทราก็เป็นได้หรือถ้าหากรุนแรงมากๆก็อาจจะส่งผลทำให้เสียชีวิตได้เช่นเดียวกันส่วนอาการที่เกิดขึ้นจากอาการอาหารติดคอนั้นอาจจะมีผลเนื่องมาจากการเคี้ยวอาหารที่เร็วเกินไปการเคี้ยวอาหารแบบไม่ย่อย

หรือชอบพูดไปแล้วเคี้ยวอาหารไปซึ่งสาเหตุพวกนี้ก็สามารถทำให้เกิดอาหารติดคอได้ส่วนในเด็กเล็กๆนั้นเรามักจะพบว่าเด็กชอบมักนำของเข้าปากโดยที่ไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นกินไม่ได้แล้วทำให้เข้าไปติดคอหรือติดหลอดลมนั่นเอง และสำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำถึงวิธีการช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับคนที่มีอาการอาหารติดคอ

เพราะว่าอย่างที่รู้กันดีว่าถ้าหากออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอเพียงแค่ 4 นาทีเท่านั้นก็อาจจะทำให้เกิดอาการช็อกจนเสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน สำหรับวิธีการนั้นเป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้นของคนที่มีอาการอาหารติดคอบางส่วนเท่านั้นซึ่งวิธีการนี้สามารถทำได้โดยที่ทั้งตัวเราเองต้องมีสติและผู้ที่มีอาหารติดคอนั่นก็ต้องมีสติเช่นเดียวกัน

โดยบอกให้ทางผู้ที่มีอาหารติดคอนั้นพอลงมารวมถึงให้สูดหายใจเข้าไปลึกๆแต่ห้ามหายใจออกและสูดหายใจซ้ำเป็นครั้งที่สองอีกครั้งหนึ่งหลังจากนั้นให้พยายามอ่านออกมาซึ่งจะทำให้ช่วงที่มีการออกนั้นอาหารที่ติดคอก็จะหลุดออกมาได้ และข้อห้ามคือ หากอาหารติดคอ ห้ามตบหลังและห้ามให้น้ำดื่มเป็นอันขาด

แต่ถ้าหากมีอาการหายใจไม่ออก แสดงว่าอาหารไปอุดกั้นแบบสมบูรณ์แบบ ผู้ทีมีอาการอาหารอุดตันนั้นจะหน้าสีเขียวหรือสีแดงแล้วดังนั้น เราต้องช่วยเหลือเบื้องต้นได้ โดยให้คนช่วยให้คนที่อาหารติดคอยืนขึ้น แล้วให้เขายืนกางขาเสร็จแล้วคนที่จะช่วยให้ไปยืนทางด้านหลังคนป่วย เอาเท้าของเราสอดไปตรงกลางระหว่างขาของคนป่วยแล้ว

หลังจากนั้นให้เรากำมือเอานิ้วก้อยกับนิ้วโป้งขี้นมาแล้วเอานิ้วก้อนกดที่บริเวณสะดือให้นิ้วโป้งอยู่ด้านบนบริเวณใต้ลิ้นปี่แล้วกดให้ผู้ป่วยก้มตัวลงเล็กน้อยแล้วให้เรากระแทกตัวผู้ป่วยเข้ามาทางด้านหลังประมาณ 5 ครั้งดูแล้วว่ามีอาหารออกมาหรือไม่

ถ้าไม่ให้ทำซ้ำใหม่อีกรอบ แต่ถ้านานเกินไปคนไข้จะหมดสติ ให้เราค่อยค่อยรับตัวคนไข้แล้วค่อยค่อยวางคนไข้ลง แล้วให้โทร 1669 เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือและระหว่างที่รอรถพยาบาลมาช่วยก็ทำ CPR คนป่วยรอรถพยาบาลไปด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน หวย

โรคที่มาพร้อมกับชานมไข่มุก

            ทุกคนรู้ดีแล้วว่าชานมไข่มุกนั้นมีความอร่อยแต่ก็มักจะมีโรคภัยแอบแฝงมากับพวกมันแน่ๆแต่อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่นั้นก็ยังพร้อมพี่จะกินชานมไข่มุกแม้จะรู้ดีว่าจะต้องเสี่ยงต่อการที่จะสุขภาพไม่ดีก็ตามเรามาดูกันว่าอันตรายที่เกิดจากการกินชานมไข่มุกนั้นมีอะไรกันบ้าง

            อันดับแรกเลยโรคอ้วนต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเพราะอย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าชานมไข่มุกนั้นจะให้พลังงานที่สูงมากๆซึ่งรู้จากการคำนวณแคลอรี่ของชานมไข่มุกที่มีอยู่ตามอินเตอร์เน็ตทั่วไปจะเห็นได้ว่า 1 แก้วที่เรากินชานมไข่มุกเข้าไปเราจะได้รับพลังงานสารอาหารสูงถึง 240 กิโลแคลอรี่ถึง 360 กิโลแคลอรี่เลยทีเดียวและโดยเฉพาะชานมไข่มุกนั้นมีทั้งน้ำตาลและแป้งซึ่งเกิดมาจากตัวไข่มุกและนมรวมถึงครีมเทียมมีใครใส่ส่วนผสมอย่างอื่นเยอะมากไปเท่าไหร่

ก็จะทำให้ความอ้วนทำหาคุณได้เร็วมากขึ้นและนอกจากความอ้วนแล้วคุณยังจะเป็นโรคเบาหวานอีกด้วยเพราะชานมไข่มุกนั้นมีรสชาติที่หวานอร่อยเนื่องจากมีการใส่น้ำเชื่อมและนมข้นเข้าไปเป็นจำนวนมากดังนั้นร่างกายของคุณจึงได้รับน้ำตาลมากจากชานมไข่มุก 1 แก้วแน่นอนว่าเมื่อมีการกินในทุกๆวันหรือบางคนกินชานมไข่มุกวันละหลายแก้ว

ก็มีก็จะทำให้คุณเสี่ยงเป็นอย่างมากที่จะกลายมาเป็นโรคเบาหวานได้อีกทั้งการที่คนกินชานมไข่มุกแทนข้าวเพราะติดใจในรสชาติความหวานอร่อยหลังจากกินเข้าไปเยอะๆก็ไม่อยากจะกินอาหารและคนส่วนมากในตอนนี้มักจะไม่ชอบกินผักและผลไม้กันดังนั้นเพราะกินแต่ชานมไข่มุกอย่างเดียวก็จะทำให้คุณเป็นโรคท้องผูกได้ยิ่งบางคนแล้ว

ก็มีการเคี้ยวไข่มุกไม่ค่อยละเอียดก็เกินเข้าไปในท้องแล้วทำให้กระเพาะอาหารของคนย่อยไข่มุกได้ยากเมื่อยากก็จะมีผลตามมาอีกมากมายในเรื่องของการขับถ่ายดังนั้นถ้าไม่อยากเป็นโรคท้องผูกก็ควรจะกินผักผลไม้เยอะๆแล้วงดชานมไข่มุกจะเป็นการดีที่สุดอีกหนึ่งโรคที่ขาดไม่ได้ที่จะตามมาหากเรากินชานมไข่มุกเป็นปริมาณมากนั่นก็คือโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดเพราะในชานมไข่มุกนั้นจะมีการใช้พวกครีมเทียมซึ่งในครีมเทียมนี้จะมีเรื่องของไขมันทรานส์

ซึ่งไม่ดีต่อหัวใจของคนเราเป็นอย่างมากเพราะมันจะไปทำร้ายไขมันชนิดดีในร่างกายของเราทำให้หากเรากินชานมไข่มุกเข้าไปในปริมาณที่มากๆแล้วอาจจะทำให้เราเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจก็เป็นได้คุณรู้หรือไม่ว่าการที่เรากินชานมไข่มุก 1 แก้วนั้นมันเหมือนกับว่าถ้าเทียบเป็นอาหารอย่างอื่นก็แสดงเท่ากับว่าเราเนี่ยกินข้าวไป 3-4 ทัพพีเลยทีเดียวซึ่งถือว่าถูกมากๆหรือถ้าเกิดว่าเป็นพวกก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟก็เท่ากับ 1 ชามเลยทีเดียวเพราะฉะนั้นเสียงมากที่เป็นโรคต่างๆที่ได้กล่าวขึ้นมาแล้วเมื่อตอนต้น

 

ขอบคุณ  bk8 mobile  ที่ให้การสนับสนุน

ความเชื่อผิดๆสำหรับคนที่ลดความอ้วน

       หลายคนที่ลดความอ้วนนั้นมักจะมีความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับเรื่องของการกินอาหารโดยมองว่าถ้าหากกินอาหารน้อยลงก็จะทำให้ลดความอ้วนได้เร็วขึ้นจึงทำให้หลายคนนั้นมักจะไม่กินอาหารเช้าและมักจะไม่กินอาหารเย็นซึ่งบางคนนั้นกินแค่อ่านมื้อเดียวเลยด้วยซ้ำไป

แต่จริงๆแล้วนี่ถือว่าเป็นความเชื่อที่ผิดเป็นอย่างมากเพราะถ้าหากว่าเราไม่ยอมกินอาหารอะไรเลยร่างกายของเราก็จะมีการเผาผลาญน้อยลงเนื่องจากว่าร่างกายของเราเป็นระบบอัจฉริยะมันจะมีการดูแลตัวเองด้วยการกักเก็บอาหารที่มีอยู่ในร่างกายเอาไว้ก่อนโดยที่พยายามที่จะไม่ใช้งานเพราะว่ามันกลัวว่าจะไม่มีสารอาหารมาใช้งานในเวลาอื่น

ดังนั้นเพราะมันกับอาหารปุ๊บระบบการเผาผลาญของเราก็จะไม่ทำงานนั่นเองและเมื่อระบบการเผาผลาญของเราไม่ทำงานมันก็จะไม่ทำให้เราผอมลงและที่สำคัญเมื่อเราอดอาหารมากๆและเรามากินอาหารภายหลังร่างกายก็จะมีการกระตุ้นให้เรากินอาหารเยอะขึ้นเพราะมันกลัวว่าเราจะมีการอดอาหารใหม่อีกครั้งหนึ่งซึ่งในครั้งนี้เองมันจะกระตุ้นทำให้เรากินอาหารมากขึ้นเรื่อยๆ

และเราก็จะอ้วนโดยที่เราไม่รู้ตัว อะไรก็ตามก็ยังมีความเชื่อผิดๆอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องของการกินอาหารโดยนับ kcal ซึ่งหลายคนมองว่าถ้าเรากินทะเลน้อยก็จะทำให้เราผอมลงซึ่งอันที่จริงแล้วไม่ใช่เลยเพราะถ้าหากเทียบในเรื่องของสารอาหารที่เรากินเข้าไปนั้นอย่างเช่นถ้ามีสลัดที่มีแคลอรี่ประมาณ 440 แคลอรี่กลับเป็นฝ่ายที่มีแคลอรีอยู่ที่ 340 แคลอรี่

ถ้าหากคนส่วนใหญ่เลือกยินดีและมีความรู้ในเรื่องของอาหารการกินในการลดน้ำหนักนั้นก็ควรจะต้องเลือกกินสลัดถึงแม้ว่าจะมีแคลอรี่สูงมากกว่าเป็นฝ่ายแต่สลัดนั้นประกอบไปด้วยผักดังนั้นจึงไม่ทำให้ร่างกายของเราอ้วนได้แน่นอนในขณะที่เฟรนฟรายนั้นมีแค่เพียง 340 แคลอรี่ก็จริงแต่เป็นฝ่ายนั้นประกอบไปด้วยแป้ง

ดังนั้นเมื่อเรากินแป้งเข้าไปร่างกายก็จะสะสมแป้งและถ้าเกิดไม่ได้ใช้งานแป้งมันก็จะถูกเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลซึ่งจะทำให้เราอ้วนนั่นเองดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าถึงแม้ว่าการที่หลายคนระบุออกมาว่าการนับแคลจะช่วยให้เรานั้นลดน้ำหนักได้นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะได้ผล 100% เต็มเห็นไหมคะว่าสิ่งที่เราดูเห็นว่าเป็นเล็กๆน้อยๆเท่านั้น

แต่จริงๆแล้วเรามีความเชื่อในเรื่องของการลดน้ำหนักแบบผิดๆมามากเลยทีเดียวทำให้หลายคนอดอาหารอย่างไรหรือนับแคลกินมากแค่ไหนก็ยังไม่ทำให้ตนเองนั้นสามารถที่จะผอมลงมาได้สักทีนั่นก็เพราะว่าเรามีความรู้เรื่องของการลดน้ำหนักนั้นไม่ถูกต้องนั่นเองและหากใครที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างแท้จริงแล้วเราก็การลดน้ำหนักที่ดีนั้น

ก็คือการกินอาหารที่มีประโยชน์เน้นอาหารที่เป็นประเภทผักและผลไม้และเนื้อสัตว์รวมถึงเราต้องกินอาหารครบทุกมื้อไม่ควรที่จะอดอาหารแล้วมันออกกำลังกายเพื่อที่จะได้ให้ระบบร่างกายนั้นเผาผลาญไขมันออกไปแล้วเหลือแต่กล้ามเนื้อซึ่งกล้ามเนื้อนี่เองที่จะทำให้เราผอมได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  โหลด bk8

รู้หรือไม่ ….สาเหตุของฟันเหลืองมาจากอาหาร

          เคยกันบ้างไหม ที่มองไปเห็นคนสวย หรือคนหล่อ เห็นแล้วกระชุ่มกระชวยหัวใจ แต่พอเห็นรอยยิ้มสวยๆแล้วรู้สึกไม่ประทับใจเพราะสีของฟันที่เน้นสีเหลืองออกมาเลย ใช่ว่าจะดูแค่คนอื่น เราเองก็ควรสำรวจตัวเองด้วยเหมือนกันว่า ฟันขอเราเหลืองมากน้อยแค่ ไหน แล้วรู้กันหรือไม่ว่าสาเหตุที่ฟันเราเหลืองนั้น มาจากอาหารที่เราทานเข้าไปในแต่ละวันนั่นเอง เช่น พวก ชา กาแฟ น้ำอัดลมรวมถึงผลไม้สีเข้มต่างๆ แล้วรู้หรือไม่ อาหารพวกนี้ทำให้ฟันเราเหลืองได้อย่างไร

          รู้หรือไม่ว่าอาหารที่เรากินเข้าไป โดยเฉพาะอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงๆจะมีสารบางอย่างที่สามารถทำให้สีของฟันเราเข็มขึ้นได้ และเมื่อเราทานอาหารเข้าไปสารเหล่านี้ก็จะเข้าไปทำปฏิกิริยาในปากทำให้มีคราบเหลืองเกิดขึ้น  และสารที่ทำให้ฟันเราสีเข้มขึ้นไม่ขาวเหมือนเดิม เช่น 

  1. Chromogen  สารตัวนี้คือสารที่ทำให้เกิดสี ส่วนมากจะมีใน กาแฟ  ชา ไวน์แดงและผลไม้ที่สีเข้มๆ
  2.  Prechromogen สารตัวนี้จะพบมากในแอปเปิลและมันฝรั่งหรือในอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เพราะสารที่ไม่มีสีแต่จะทำปฏิกิริยากับฟันจนเป็นคราบสีเหลือง 
  3. สีผสมอาหาร  อาหารที่ใส่สี เช่น น้ำอัดลม ขนมหวานที่สีสันสวยงาม สีจากอาหารเหล่านี้ จะไปจับกับตัวฟันทำให้เกิดคราบสีที่ฟันได้ 
  4.  Tannin เป็นสารที่พบใน ชา กาแฟ เป็นส่วนที่ทำให้คราบเหลืองติดแน่น
  5. กรด พบมากใน แอลกอฮอล์ ชา กาแฟ และน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว กรดจะมีฤทธิ์กัดกร่อนฟัน ซึ่งเป็นผลให้สีจากอาหารสามารถแทรกซึ่งเข้าไปในร่องฟันได้ง่าย 

การที่ฟันจะเกิดคราบสีเหลืองได้นั้น จะขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารและปริมาณที่เรากินเข้าไป รวมถึงความถี่ในการกินด้วย ถ้ากินมากและกินทุกวัน ก็จะทำให้เกิดคราบสีเหลืองที่ฟันได้ เช่น ชา กาแฟ  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์  น้ำอัดลม ผลไม้สีเข้ม ขนมหวาน และเครื่องปรุงบางชนิด เช่น ซอสมะเขือเทศ 

เราสามารถหลีกเลี่ยงและป้องกันปัญหาฟันเหลืองด้วยด้วย การหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดฟังเหลือง เช่น งดดื่ม แอลกอฮอล์  ชา กาแฟ และน้ำอัดลม เน้นทานผักที่สีไม่เข้ม ดื่มน้ำนมเพราะมีแคลเซียมช่วยในการบำรุงฟัน และดื่มน้ำเปล่ามากๆเพื่อช่วยล้างคราบสี นอกจากนี้แล้ว เราควรมีการดูแลสุขภาพปากและฟันให้สะอาดอยู่เสมอ เริ่มด้วยการแปรงฟันทุกวันอย่างน้อยเช้า –เย็น รวมถึงเมื่อมีการรับประทานอาหารหรือขนมเสร็จแล้ว

ควรมีการบ้วนปากทุกครั้ง เพื่อช่วยล้างคราบอาหารที่จะติดผิวของฟัน แนะนำให้เคี้ยวหมากฝรั่งสูตรไม่มีน้ำตาล เพื่อกระตุ้นให้ช่องปากมีการหลั่งน้ำลายออกมา เพื่อลดกรดในช่องปาก และที่สำคัญควรไปพบทันตแพทย์เป็นประจำสม่ำเสมอ หรือถ้าเกิดฟันมีคราบสีเหลืองเกิดขึ้นแล้วเราสามารถให้ทันตแพทย์ ทำการเคลือบสีฟันให้ได้ด้วย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 fast