หมวดหมู่: สุขภาพทั่วไป

สีเล็บบอกโรค

โดยปกติทั่วไปแล้วผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเป็นปกติจะมีเล็บสีอมชมพู แต่หากเล็บมีสีหรือลักษณะที่เปลี่ยนไปอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายของเราที่กำลังบ่งบอกถึงโรคที่กำลังเกิดขึ้น ถึงจะเป็นเพียงจุดเล็ก ๆของร่างกายแต่เราก็ควรที่จะใส่ใจดูแล รักษา เพราะเราต้องใช้มือเป็นอวัยวะหลักในการทำงาน หยิบจับสิ่งต่าง ๆ

เล็บสีขาว เล็บสีอมชมพูของเราเริ่มค่อย ๆเปลี่ยนเป็นสีขาวในบางส่วนของเล็บหรืออาจจะเปลี่ยนเป็นสีขาวทั้งเล็บ เป็นสัญญาณเตือนของร่างกายที่กำลังบ่งบอกว่าคุณอาจจะกำลังเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับตับ อาทิ เช่น โรคตับอักเสบ โรคตับแข็งที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาด เป็นต้น

เล็บสีเหลือง สีของเล็บค่อย ๆเปลี่ยนเป็นสีเหลือง มีลักษณะหนาขึ้น และเริ่มหดลงจนบิดงอ หากมีเล็บลักษณะนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบ่งบอกว่าคุณกำลังเป็นโรคใดโรคหนึ่งที่ร้ายแรง อาทิ เช่น โรคต่อมไทยรอยด์เป็นพิษ โรคที่เกี่ยวข้องกับปอด โรคเบาหวาน โรคสะเก็ดเงิน และอาจเป็นการบ่งบอกว่ามีเนื้อร้ายที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งอยู่ภายในร่างกายของคุณด้วย ผู้ที่มีเล็บสีเหลืองจึงไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาโรค และทำการรักษาต่อไป

เล็บสีม่วงอมเขียว ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จึงส่งผลให้เนื้อเยื่อใต้โคนเล็บเปลี่ยนสีไปจนทำให้เล็บออกมาเป็นสีม่วงอมเขียว เป็นสัญญาณเตือนของร่างกายว่าคุณอาจเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ ปอด รวมไปถึงถุงลมอาจมีการโป่งพอง ทำให้การได้รับออกซิเจนเข้าไปในร่างกายน้อยลง

        เล็บสีดำ มีลักษณะเป็นเส้นสีดำเกิดขึ้นใต้เล็บ ส่งผลให้เล็บดูออกเป็นสีดำ หากใครที่กำลังมีเล็บเป็นลักษณะแบบนี้ หมายความว่าร่างกายของคุณกำลังบ่งบอกว่าคุณต้องเป็นโรคร้ายแน่ ๆ คุณจึงควรไปพบแพทย์โดยเร็วหากมีเล็บสีดำ เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งผิวหนังที่รุนแรง

เล็บแตก ลักษณะของเล็บมีอาการแตก กร่อน เรื่อย ๆ หากเล็บของคุณมีลักษณะเป็นเช่นนี้ อาจไม่ต้องวิตกกังวลมากนัก เพราะร่างกายของคุณแค่กำลังจะเตือนว่าให้คุณดูแลเล็บของคุณให้มากขึ้น โดยสาเหตุอาจมาจากการทำเล็บที่เป็นที่ชื่นชอบของสาว ๆทั้งหลาย แต่ร้านทำเล็บบางร้านที่คุณไปอาจมีความสะอาดไม่เพียงพอ จนทำให้เกิดปัญหาเชื้อราในเล็บตามมา โดยอาการในลักษณะนี้ คุณแค่หยุดการทำเล็บซักพัก ให้เล็บของคุณได้พักจากการถูกสารเคมีบ้าง และอาจทาครีมบำรุงเล็บซักเล็กน้อย เพียงเท่านี้ เล็บของคุณก็จะกลับมาสวยงามเหมือนเดิมแล้ว

 

 

สนับสนุนโดย  next88th

การบริหารสมองในผู้สูงอายุ

ภาวะของสมองเสื่อมหรืออาการหลงลืมมันอาจจะมีข้อแตกต่างกันตรงที่หนึ่งมันจะมีความรุนแรงในสองภาวะสมองเสื่อมมักจะมีปัญหาในช่วงชีวิตประจำวันหรือว่าในหน้าที่การงานหรืออาจจะเป็นการเข้าสังคม ซึ่งอาการสภาวะของสมองเสื่อมนั้นที่เราได้พบเจอกันอยู่บ่อยๆก็คือจะถามซ้ำคิดอะไรที่มันได้มีความซับซ้อนเริ่มไม่ค่อยได้และ

สำหรับในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ซึ่งในปัจจุบันเรานี้มันก็ยังไม่มียาตัวใดที่มันจะป้องกันได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นเราก็อยากจะแนะนำว่าปฏิบัติตัวให้ดีมากที่สุดสำหรับสมองทำให้ดีที่สุดทำให้สมองแข็งแรงมากที่สุด

สภาวะของสมองเสื่อมเราอาจจะพบเห็นกันได้มากที่สุดกับผู้สูงอายุแต่มันก็จะไม่ได้หมายความว่าคนที่สูงอายุทุกๆคนจะต้องมีสภาวะสมองเสื่อมก็เพราะว่าสภาวะของสมองเสื่อมนั้นไม่ได้เกิดมาจากความชราภาพเท่านั้นแต่มันก็ยังได้มีปัจจัยอยู่หลายอย่างที่มันอาจจะมีผลต่อสภาวะสมองเสื่อม

อย่างเช่นผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดในสมอง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ ผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือ ผู้ที่ได้มีประวัติในครอบครัวที่มีสภาวะสมองเสื่อมเป็นต้น 

ดังนั้นเราก็จะมีวิธีการที่จะมาฝึกสมองเพื่อเป็นการเพิ่มความจำในการพัฒนาของสมองอีกอย่างหนึ่งซึ่งมันเป็นเคล็ดลับที่เรานั้นสามารถที่จะทำกันได้ง่ายๆจะนำเอามาฝากกัน

ผลการวิจัยได้ระบุเอาไว้ว่าการเปลี่ยนแปลงวิธีที่ที่คุณควรจะปฏิบัติในกิจวัตรประจําวันเพื่อที่จะช่วยทำให้กระตุ้นเส้นประสาทในส่วนที่มันไม่ได้ใช้ในสมอง

ดังนั้นคุณลองหากุญแจโดยที่คุณนั้นใช้ประสาทสัมผัสแทนการใช้ลูกตาและการที่เรานั้นแปรงฟันของเราในส่วนของมือข้างที่เราไม่ถนัดหรือขับรถไปทำงานโดยขับไปใช้ในเส้นทางอื่นที่เรานั้นไม่ได้ขับผ่านและใช้ถนนเส้นนั้นเป็นประจำการเรียนเต้นรำหรืออาจจะเป็นการเต้นรำตาราง9ช่อง

การฝึกจำ

การฝึกจำนั้นถือได้ว่าเป็นการฝึกจำของสมองได้เป็นอย่างดีบวกกับอายุของคนเราที่มีมากขึ้นมันก็อาจจะทำให้ความจำของเรานั้นลดน้อยลงเพราะว่าสมองของเรานั้นเริ่มฝ่อนั้นเอง

ดังนั้นเราควรที่จะฝึกบริหารสมองด้วยการที่เรานั้นหางานทำเพื่อเป็นการทำให้สมองของเรานั้นได้ทำงานอยู่เสมอโดยจะมีวิธีง่ายๆอย่างเช่น คุณลองฝึกจำตัวเลขที่อยู่ในโทรศัพท์ท่องศัพท์วันละประมาณ10คำเล่นเกมจับคู่ภาพมันอาจจะช่วยทำให้สมองของเรานั้นได้ทำงานอยู่เสมอเพื่อเป็นการเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  next88 mobile

ปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัว

ปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัวเมื่อต้องอยู่บ้านและเจอหน้ากันตลอด 24 ชั่วโมง

          โดยปกติแล้วสังคมไทยในปัจจุบันนี้เป็นสังคมที่พ่อแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านส่วนลูกเองนั้นก็จะต้องไปโรงเรียนจึงทำให้ทุกคนไม่ค่อยได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันสักเท่าไหร่จะมาเจอหน้ากันเฉพาะช่วงเวลาเย็นที่พ่อแม่สั่งเลิกงานและลูกเลิกเรียนกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านร่วมกันซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวนั้นก็ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นหลังจากนั้น

ทุกคนก็จะแยกย้ายกันไปนอนพักผ่อนและตื่นเช้ามาทุกคนก็จะมีการแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเองทำให้ชีวิตในสังคมครอบครัวในปัจจุบันของไทยนั้นเป็นชีวิตที่ค่อนข้างมีอิสระเสรีเรียกได้ว่าแทบจะแยกกันอยู่ตัวใครตัวมันและเมื่อถึงเวลาในช่วงเย็นก็กลับมาเจอหน้ากันชั่วครู่หลังจากนั้นก็พากันนอนหลับพักผ่อนและวิถีชีวิตแบบนี้

หลายคนคงเคยชินแต่ในปัจจุบันนี้เนื่องจากว่ามีสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่าเข้ามาหลายครอบครัวที่พ่อแม่จำเป็นต้องทำงานอยู่ที่บ้านสำหรับโครงการ work from home ดังนั้นพ่อแม่จากที่เคยต้องออกไปทำงานนอกบ้านจึงต้องอยู่บ้านตลอด 24 ชั่วโมงส่วนตัวลูกเองนั้นก็ไม่ได้ไปเรียนหนังสือเนื่องจากอยู่ระหว่างการปิดเทอมทำให้ทุกครอบครัวต้องอยู่กันเจอหน้ากันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งพ่อแม่และลูกซึ่งส่วนใหญ่แล้วมองว่าการที่อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง

นั้นหลายคนไม่ค่อยได้มีโอกาสนั้นสักเท่าไหร่นักซึ่งถ้ามองจากมุมภายนอกแล้วมักจะเป็นผลดีทั้งต่อตัวพ่อแม่เองและต่อตัวลูก ในความเป็นจริงนะทุกคนพิการตลอด 24 ชั่วโมงเห็นพฤติกรรมของกันและกันทำให้เกิดความเครียดสะสมได้ยิ่งโดยเฉพาะคนที่เคยออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านซะเป็นส่วนใหญ่แต่หลังจากนี้ต้องมาอยู่รวมกันไม่ได้เดินทางออกไปไหนทำให้หลายคนมักจะมีความเครียดและแทนที่จะพูดคุยกันดีๆมีความสุขก็มักจะทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันในครอบครัวขึ้น

โดยความเครียดนี้มาจากเรื่องของผู้ปกครองอาจจะมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องของสถานการณ์ของไวรัสโคโรน่าซึ่งแน่นอนว่าหลายคนจะต้องมีการเครียดเรื่องของการทำงานว่าบริษัทของตนเองนั้นกิจการหรือไม่ทนเองจะถูกไล่ออกจากงานหรือไม่หรือแม้แต่บางคนที่ตกงานแล้วต้องอยู่แต่กับบ้านยิ่งมีความเครียดเป็น 2 เท่ากับคนปกติทั่วไป

อยู่แล้วดังนั้นเมื่อไม่มีเงินและไม่มีงานทำความเครียดยิ่งสะสมและมาแสดงออกไปที่คำที่ไม่เหมาะสมกับคนในครอบครัวนั้นเอง เกิดความเครียดร่างกายระบบการทำงานภายในก็จะทำงานผิดปกติทำให้บางครั้งอาจจะเกิดอาการท้องผูกหรือแม้แต่อารมณ์แปรปรวนมี อาการปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ ซึ่งหากใครมีอาการที่รู้ว่าตนเองนั้นมีความเครียดสามารถที่จะมีการโทรไปคลายเครียดกับศูนย์สุขภาพจิตซึ่งจะมีการเปิดให้บริการกับ ประชาชนที่มีปัญหาความเครียดได้มีการระบายออกมาบ้างเพื่อที่จะได้เป็นการลดกระแสการทะเลาะวิวาทกันภายในครอบครัวได้

 

สนับสนุนโดย  bk8 pantip

คุณหมอยืนยันว่าคนที่ตายจากการติดเชื้อไวรัสโควิด -19

คุณหมอยืนยันว่าคนที่ตายจากการติดเชื้อไวรัสโควิด -19 นั้นเชื้อโรคจะไม่แพร่สู่คนอื่นแน่นอน

           ก่อนหน้านี้มีการรายงานข่าวออกมาถึงผลกระทบที่เกิดจากวัดและสัปเหร่อที่ทำหน้าที่เผาศพคนที่ตายจากการติดเชื้อไวรัส โควิด -19 ว่าประชาชนส่วนใหญ่เมื่อทราบข่าวว่าสัปเหร่อคนไหนที่ทำการเผาศพให้กับคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด -19ก็จะมีการรังเกียจโดยการรังเกียจนี้ยังลามไปถึงการไม่กล้าเข้าไปในบริเวณวัดที่เคยมีการจัดงานศพให้กับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด -19อีกด้วยเนื่องจากว่าหลายคนเข้าใจว่าในศพของผู้เสียชีวิตนั้นยังคงมีเชื้อโรคปนอยู่

และเชื้อโรคก็สามารถแพร่กระจายผ่านทางอากาศออกมาได้ซึ่งด้วยเหตุผลนี้เองทำให้มีช่วงนึงที่มีข่าวออกมาว่ามีสัปเหร่อคนหนึ่งถูกแอนตี้จากคนภายในหมู่บ้านเพราะมาเผาศพให้คนติดเชื้อไวรัสโควิด -19และผลกระทบไม่ได้ตกอยู่ที่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นยังลามไปถึงคนในครอบครัวของเขาเช่นระยะของเขาที่ถูกบริษัทที่ทำงานสั่งให้พักงานเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเป็นการชั่วคราวถึง 14 วันเพื่อต้องการดูอาการว่ามีการติดเชื้อไวรัสมาจากสามีที่ทำหน้าที่เป็นสัปเหร่อ

หรือไม่รวมถึงยังมีการบังคับให้ไปทำการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด -19ก่อนที่จะเดินทางกลับมาทำงานได้ซึ่งผลกระทบนี้ทำให้หลายคนที่เป็นสัปเหร่อมีความเป็นกังวลใจว่าถ้าหากต้องรับเผาศพของคนที่ติดเชื้อไวรัสแล้วจะต้องมาวุ่นวายในการที่จะต้องไปทำการตรวจหาเชื้อและคนแถวบ้านก็จะรังเกียจ

       สำหรับข้อมูลที่เชื่อถือได้โดยออกมาจากโรงพยาบาลรวมถึงสถาบันที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19เช่นสถาบันบํารุงราศนราดูรได้ออกมายืนยันผ่านทางสื่อเพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าผู้ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด -19จะไม่สามารถแพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นหรือพื้นที่สาธารณะได้เพราะก่อนที่จะมีการนำศพออกมาจากทางสถาบันหรือจากทางโรงพยาบาลนั้นเจ้าหน้าที่ของทางสถาบันและของทางโรงพยาบาลจะต้องมีการฆ่าเชื้อ

โดยการนำยาฆ่าเชื้อฉีดบริเวณศพก่อนหลังจากนั้นก็จะมีการใส่ถุงซิปล็อคซึ่งจะมีการใส่ถุงซิปล็อคให้กับศพที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าถึง 3 ชั้นด้วยกันและแต่ละชั้นทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและสถาบันบําราศนราดูร ยังไม่มีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อของแต่ละชั้นให้อีกด้วยจึงมีการปิดซิปล็อคอย่างดีและที่สำคัญทางโรงพยาบาลและทางสถาบันจะนำศพที่อยู่ในถุงซิปล็อค 3 ชั้นนั้น

ใส่ไปในโลงซึ่งโลงศพที่ใส่ให้นั้นก็มีการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อให้เรียบร้อยแล้วรวมถึงเมื่อนำศพใส่ไปในโรงแล้วก็ยังมีการนำตะปูปิดฝาโลงทั้ง 4 มุมเพื่อไม่ให้มีใครสามารถที่จะ มาเปิดฝาโลงขึ้นมาได้ 

รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนขนย้ายโรงศพไปยังวัดและพาหนะเช่นรถตู้ที่จะมีการเคลื่อนย้ายศพไปที่วัดต่างก็ได้รับการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้วดังนั้นทุกอย่างที่เกี่ยวกับศพของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาจึงผ่านการฆ่าเชื้ออย่างมากทุกขั้นตอนซึ่งประชาชนสามารถวางใจได้เลยว่าเชื้อไวรัสจากศพจะไม่สามารถแพร่ออกมาสู่สาธารณชนได้ 

หากต้องการสุขภาพดีควรทำสิ่งต่อไปนี้

-ก่อนอื่นเลยเราควรจะมาเลือกเมนูอาหารในแต่ละมื้อของเราว่าเราควรจะทานอะไรดีที่จะมีประโยชน์ต่อร่างกายและไม่ทำให้เราอ้วนจนเกินไปซึ่งเมื่อเราลิสรายการอาหารได้แล้วเราก็ควรจะมาระบุเป็นเมนูย่อยๆในแต่ละมื้อตลอดทั้งสัปดาห์แล้วกินอาหารตามตารางที่ต้องเตรียมเอาไว้อย่างนี้จะช่วยได้ในระดับหนึ่งในการเลือกรับประทานอาหารที่จะไม่ทำให้เราอ้วนและมีไขมันเยอะ 

-เมื่อเราได้รายการอาหารที่ต้องการแล้วกินอาหารตามตารางที่เราเตรียมไว้และที่สำคัญการไม่ได้เลยก็คืออาหารเช้าที่เราควรจะกินทุกเช้าเพราะในช่วงเวลากลางคืนเราไม่ได้ทานอาหารเป็นระยะเวลานานดังนั้นร่างกายของเราจึงจำเป็นต้องมีการสารอาหารเพื่อเอาไว้ใช้งานในช่วงเวลากลางวันดังนั้นหากเราอดมื้อเช้าจะทำให้ช่วงสายจนถึงเที่ยงจะทำให้เรารู้สึกหงุดหงิดแล้วไม่ค่อยมีแรงดังนั้นมื้อเช้าจึงเป็นมื้อที่สำคัญกับร่างกายของเรามากที่สุด

-การรับประทานน้ำเปล่าให้ในปริมาณเพียงพอกับร่างกายโดยปกติแล้วเราทราบอยู่แล้วว่าร่างกายต้องการน้ำอยู่ที่ประมาณ 8-10 แก้วต่อวันดังนั้นเราจึงควรทานน้ำให้เพียงพอเพื่อที่ร่างกายของเราจะได้ไม่ขาดน้ำและผิวพรรณของเราจะได้ชุ่มชื่นอยู่เสมอไม่เหี่ยวเร็ว

-ไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่ซึ่งจะมีส่วนช่วยได้ดีมากทำให้ผิวพรรณของเราไม่เหี่ยวง่าย 

-นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่เป็นการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดเพราะถ้าหากเรานอนพักผ่อนเพียงพอร่างกายของเราก็จะมีความกระชุ่มกระชวยทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงเด้อเราควรจะนอนก่อน 22:00 น.และตื่นนอนในตอนเช้าเพื่อตื่นมารับอากาศที่บริสุทธิ์เนื่องจากช่วงเวลา 22.00 น.เป็นช่วงที่ร่างกายของเรากำลังสร้างฮอร์โมนต่างๆเข้ามาดูแลร่างกายดังนั้นการนอนดึกมากเกินไปจึงทำให้ร่างกายของคุณไม่แข็งแรงและอ่อนเพลียได้ง่าย

-ออกห่างจาก Social บ้านแล้วมาเน้นการออกกำลังกายวันละนิดจิตใจจะได้แจ่มใสการที่เราหมกมุ่นอยู่แต่กับโทรศัพท์มือถือมากเกินไปจะทำให้บางครั้งเราอาจจะต้องเคร่งเครียดกับข่าวสารที่เราจะได้รับดังนั้นเราควรจะปล่อยจิตใจของเราให้ผ่อนคลายด้วยการหันมาออกกำลังกายทำกิจกรรมกับครอบครัวซึ่งจะทำให้จิตใจของเราเบิกบานสดชื่นและสุขภาพที่ดีก็จะตามมา

-ในวันหยุดหาเวลาไปพักผ่อนกับครอบครัวบ้านอาจจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆจังหวัดที่เราอยู่แต่ควรไปในจุดท่องเที่ยวที่เน้นการเที่ยวแบบธรรมชาติเพื่อที่เราจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์และผ่อนคลายจากการคร่ำเคร่งในการทำงานตลอดทั้งสัปดาห์มาซึ่งอาจจะเที่ยวน้ำตกทะเลหรือไปเที่ยวภูเขาก็ได้ สถานที่ส่วนใหญ่มีหลายที่ที่เราสามารถเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับก็ได้หรืออาจจะไปพักผ่อนสัก 1 คืนนอกจากจะทำให้ร่างกายของเราหายจากการเหนื่อยล้าที่สะสมมาจากการทำงานแล้วยังเป็นการกระตุ้นความสัมพันธ์ที่ดีให้กับคนในครอบครัวอีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  next88

ความรู้เกี่ยวกับท้องอืดเรื้อรัง

วันนี้เราจะมาพูดเรื่องเกี่ยวกับท้องอืดเรื้อรังจะเป็นอย่างไร 

เรื่องของการท้องอืดเรื้อรังนั้นมันสามารถเกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง  เรื่องท้องอืดเรื้อรังนั้นจะเกิดจากอาการที่ไปรบกวนอาหารทางเดินอาหารที่รบกวนบ่อยที่สุดอาการหนึ่งของคนไทยที่มาหาที่โรงพยาบาลจะมีอาการจุกหนาท้องลมเยอะหรือว่าท้องป่องมากกว่าเดิมและรวมไปถึงของการกินอาหารแล้วไม่ย่อยด้วยสาเหตุหลักแล้วมันเกิดมาจาก เรื่องของโรคกรเพาะโรคลำไส้แปปวนรวมถึงอาหารที่เรารับประทานเข้าไปด้วยก็จะรบกวนกระเพาะอาการพอสมควรอาหารที่เรารับประทานเข้าไปนั้น

บางทีมันก็จะปล่อยก๊าซออกมาไม่เท่ากันอาหารที่จะทำให้เกิดก๊าซต่างต่างเช่นพวกอาหารอย่างผักบล็อกโคลี่กะหล่ําปลีกะหล่ะดอกหัวหอมรวมไปถึงกระเทียมก็ทำให้เกิดก๊าซลมเยอะขึ้นสาเหตุที่เป็นก็เพราะว่า อาหารชนิดนี้จะมีน้ำตาลบางอย่างแฟงอยู่และจะทำให้น้ำย่อยของเรานั้นอาจจะย่อยไม่ค่อยดีก็จะสามารถทำให้เกิดลมมากขึ้น

เนื่องจากนี้ที่ได้เจอกันบ่อยๆก็คือเรื่องนมคนบางคนก็อาจจะมีน้ำย่อยพวกน้ำบางอย่างที่จะย่อยไม่ค่อยดีเวลารับประทานนมเข้าไปก็จะมีอาการท้องอืดลมเยอะท้องเสียตามมาหรือว่าท้องเสียตามมาได้รวมไปถึงขนมเค้กไอศครีมที่มีส่วนผสมของนมด้วยซึ่งในการรับประทานมันก็จะขึ้นอยู่กับน้ำย่อยของบุคคลนั้นด้วย

และถ้าบางคนที่มีน้ำย่อยอยู่ก็อาจจะไม่ทำให้ท้องเสียอาจจะรับประทานเข้าไปแล้วก็จะไม่ท้องเสียแต่จะเป็นท้องอืดไม่ย่อยแทนและบางคนที่มีน้ำย่อยชนิดไหนอะไรได้อย่างไรอะไรที่เป็นตัวกำเนิดทั้งนี้มันก็ร่างกายคนนั้นๆ คำว่าอาการท้องอืดเรื้อรังมากขนาดไหนถึงจะเรียกว่าเรื้อรัง โดยปกติแล้วท้องอืดคนปกติก็จะมีอาการท้องอืดได้อยู่แล้วขึ้นอยู่กับอาหารการกินอาจจะมีเรอได้ประมาณ2/3ครั้งหลังจากรับประทานอาหารหรือว่าจะมีอาการภายลมได้ปกติคนเวลารับประทานเข้าไปเรารู้สึกว่าย่อยแน่นอิ่มเร็วท้องเป่งใส่เสื้อแล้วรู้สึกว่าคับกว่าเดิมทั้งที่ไม่ได้กินอะไรมากมาย

หรือว่าเรอทั้งวันทำให้เสียบุคลิกภาพอย่างนั้นจะเรียกว่าผิดปกติคืออาการอาหารไม่ย่อยเลยและมันจะเป็นบ่อยแค่ไหนถึงจะเป็นส่วนใหญ่แล้วมันมักจะเป็นแบบเรื้อรังเป็นนานมากกว่า3/6เดือนซึ่งบางคนก็จะมีช่วงที่เป็นมากขึ้นบางคนนป็นตลอดและจะเป็นเฉพาะสัมผัสอาหารหรือจะเป็นเพราะกลางวหรือตอนนอนคนปกติถ้าจะเป็นท้องอืดแบบคนปกติมักจะสัมผัสกับมื้ออาหารจะมีก่อนและหลังอาหารในช่วงที่หิวหรือในช่วงที่กินอาหารข้าไปก็จะมีลมเรอออกมาบ้างเล็กน้อย

 

สนับสนุนโดย  9luck

ใส่ใจการรับประทานเพื่อสุขภาพของตัวคุณเอง

วิธีง่ายๆสำหรับการดูแลตัวเองเพื่อให้ตังเรานั้นได้มีสุขภาพที่ดีเริ่อมด้วยการดื่มน้ำวันละ2ลิตรหรือประมาณ8ถึง10แก้วน้ำช่วยครบคลุมอุณหภูของร่างกายและยังช่วยในการขับถ่ายสารพิษจากการเผาผลาญ

และนอกจากนี้แล้วมันยังจะช่วยทำให้ผิวหนังของเรานั้นดูชุ่มชื้นขึ้นอีกด้วย ทั้งยังส่งผลทำให้ ไตของคุณนั้นได้ทำงานดีขึ้นและยังช่วยควบคลุมของการอยากอาหารมันจึงทำให้ตัวคุณนั้นรู้สึกสดชื่นและได้มีพลังเมื่อตัวคุณนั้นได้รับประทานการดื่มน้ำมากอย่างเพียงพอมันจะทำให้การอยากดื่มเครื่องดื่มที่มันมีแคลอรี่สูงอย่าง เช่น โซดา และ น้ำหวานชนิดต่างๆลดลง

การรับประทานอาหารอย่างไรทำให้ร่างกายของคุณนั้นแข็งแรงขึ้น

เรื่องแรกเราควรที่จะทราบว่าในหนึ่งวันในร่างกายของเรานั้นจะต้องการพลังงายที่แคลอรี่ประมาณมากเท่าไหร่ และ โดยทั่วไปนั้น ผู้ชายจะต้องการพลังงานถึง2,000กิโลแคลอรี่/วัน และ ผู้หญิงจะต้องการพลังาน 1,600กิโลแคลอรี่/วัน แต่ถ้าเป็นผู้ที่ทำงานอย่างหนักหรือเป็นนักกีฬาจะต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นมาอีก

การรับประทานอาหารเช้าโดยเน้นที่อาหารโปรตีนและธัญพืชเปนอาหารเช้าสุขภาพที่ดีแทนที่จะรับประทานโดนัสและอาหารที่มีแคลอรี่สูง และ ควรเปลี่ยนมาเป็นไข่ผลไม้นมและรับประทานอาหารซีเรียลที่มีไฟเบอร์สูง รับประทานอาหารที่มีประโยช์นทุกมื้อ และ ถ้าในจานของคุณมีทั้งผักและผลไม้นั้นก็แสดงว่าคุณได้มาถูกทางแล้วคุณควรที่จะมีอาหารโปรตีนธัญพืชอาหารที่มีไขมันต่ำไขมันที่มีประโยชน์ เช่น ไขมันจากปลาแซลม่อนและปลาทูน่าถัวน้ำมันมะกอก

คุณควรรับประทายอาหารให้ตรงทุกมื้อ และ ควนรับประทานอาหารเย็นไม่น้อย 2 3ชั่วโมงก่อนเข้านอน พยายามไม่รับประทานขนมขบเคี้ยวในตอนกลางคืนเพื่อไม่ทำให้แคลอรี่และถ้าจำเป็นจะต้องรับประทาน คุณควรที่จะรับประทาน อาหารซีเรียลที่มีไฟเบอร์สูง ผลไม้และ ผัก น้ำเต้าหู้ หรือ นมไขมันต่ำช่วยควบคลุมน้ำตาลในเลือดและยังช่วยทหให้ลำไส้ของคุณนั้นทำงานได้ดีอีกด้วย

 เพิ่มไฟเบอร์ให้มากขึ้น

เช่น การเติมซีเรียลในอาหารเช้า เปลี่ยนจากรับประทานข้าวขาวเป็นข้าวกล้องเปลี่ยนขนมปังขาวเป็นขนมปังโฮลวีทควรเพิ่มพักผลไม้และถั่วให้มากขึ้นคุณควรรับประทานผลไม้สองผลต่อวันโดยมีขนาดเทียบเท่าถ้วยกาแฟจัดจานอย่างไรแบบใส่ใจสุขภาพสูตร 211 ผัก2ส่วน เนื้อสัตว์1ส่วน ข้าว1ส่วน เพียงแค่1จานอาหารครอบถ้วนเพิ่มผักที่หลากสีผลไม้สดไม่หวานวันละ2จานลองถ้วนกาแฟเพื่อสุขภาพที่ดีนั้น

 

สนับสนุนโดย  entaplay

รับประทานผลไม้เป็นอาหารเช้า

รับประทานผลไม้เป็นอาหารเช้าอุดมไปด้วยคุณค่าและบำรุงสมองได้อย่างยอดเยี่ยม

1 ข้าวกล้อง

ข้าวกล้องกาบ้าสารอาหารที่สำคัญที่มีผลในการทำงานของระบบประสาทและสมองอีกทั้งในตัวข้างกล้องยังได้มีวิตามินที่สูงเป็นอย่างมากมันจึงได้ช่วยกระตุ้นระบบประสาทและสมองให้ได้ตื่นตัวได้อีกทาง

2 ถั่วชนิดต่างๆ

สำหรับถั่วนั้นถือว่าเป็นแหล่งของสารอาหารที่มันสามารถให้พลังงานแก่ร่างกายทั้งโปรตีนไขมันและคาร์โบไฮเดรตดังนั้นในการรับประทานเม็ดถั่วเป็นอาหารเช้ามันก็สามารถช่วยทำให้มีพลังในร่างกายมายิ่งขึ้นและในที่สำคัญกรดไขมันชนิดดีและธาตุสังกะสีจากถั่วยะงจะช่วยเข้าไปเป็นพลังงานให้กับเซลล์สมองอีกทั้งมันยังทำให้เรานั้นได้พร้อม่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพเพิ่มขึ้นอีกด้วยและถ้าหากว่าคนไหนที่ไม่สะดวกต่อการรับประทานเม็ดถั่วเปล่าๆคุณสามารถรับประทานเม็ดถั่วกับโยเกิร์ตหรือไม่ก็จะรับประทานขนมปังแบบขนมปังโฮลวีททาเยนถั่วอะไรแบบนี้ก็สามารถรับประทานได้เช่นกัน

3 องุ่น

สำหรับองุ่นนั้นได้มีการศึกษาแล้วว่าไม่ว่าคุณจะรับประทานองุ่นเขียวหรือจะรับประทานองุ่นดำหรือรับประทานองุ่นแดงคุณเองก็จะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากการรับประทานผลไม้ที่มีชื่อว่าองุ่นและในปริมาณที่ไกล้เคียงกันและซึ่งเจ้าสารต้านอนุมูลอิสระตัวนี้แหละที่มันมีประโยช์นที่สำคัญของระบบสมองอีกทั้งยังสามารถช่วยป้องกันโรคโรคอัลไซเมอร์ที่มันมีลักษณะมาจากความเสื่อมของเซลล์และในขณะเดียวกันมันก็ยังเป็นเซลล์ที่สำคัญของระบบสมองอีกด้วยดังนี้หากคุณเบื่อการที่จะรับประทานอาหารในแบบเดิมๆคุณสามารถลองหันมารับประทานองุ่นกันบ้างก็ได้นะ

4 บลูเบอรี่

ผลไม้ชนิดนี้ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกันอีกทั้งยังมีการศึกษาที่ได้พบว่าคนที่รับประทานบูลเบอรี่เป็นประจำจะมีควมจำและทักษะในการเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดีอันเนื่องมากจากในสารแทนนินที่อยู่ในบูลเบอรี่ได้มีส่วนช่วยเชื่อมการทำงานของเซลล์ต่างๆในสมองและจากที่ตื่นมาด้วยความมึน งง พอได้รับประทานบูลเบอรี่มันก็จะสามารถช่วยเชื่อมต่อกับข้อมูลได้ดียิ่งขึ้นและนอกจากนี้ผลไม้บูลเบอรี่สารพฤกษเคมีที่ได้เชื่อกันว่ามันเป็นสารที่สามารถช่วยเติมเต็มความสามารถของสมองในการของการเรียนรู้ความคิดและในส่วนของความจำ

5 แอปเปิ้ล

สำหรับผลไม้อย่างแอปเปิ้ลมีน้ำและน้ำตาลที่ร่างกายเรานั้นสามารถดึงไปใช้ไดเลยทันทีดังนี้ใครที่มีความรู้สึกว่าเพลียๆจากหลังการตื่นนอนแล้วแอปเปิ้ลนี้ก็จะสามารถช่วยเต็มความสดชื่อให้กับร่างกายได้อย่างรวดเร็วแต่ในประโยช์นของแอปเปิ้ลยังไม่จบแค่นั้นเพราะจากการศึกษาทางมหาวิทยาลัยคอร์แนลยังพบว่าแอปเปิ้ลมีสารพฤกษเคมีที่ชื่อว่าเควอซิทินที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระป้องกันเซลล์สมอง

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์2020

การรับประทานผลไม้ที่เป็นกล้วย

การรับประทานผลไม้ที่เป็นกล้วยนั้นจะส่งผลดีกับเราอย่างไรบ้าง?

กล้วยไข่ ทำไมจะต้องเป็นกล้วยไข่ ในกล้วยไข่จากงานวิจัยในกล้วยไข่1ลูกสามารถช่วยปกกันโรคโรคออฟฟิศซินโดรมได้เพราะในกล้วยไข่1ลูกจะมีวิตามินเอบํารุงสายตาวิตามินบี 1 6 12 บำรุงกระดูกและสมองในกล้วยไข่หนึ่งลูกจะมีสารป้องกันมะเร็งหรือที่เรียกว่า สารแอนตี้ออกซิแดนท์ มากกว่าแอปเปิ้ลเขียว5ลูกนี่คือประเทศไทยเราอยากเห็นคนไทยและเราก็มาคุยกันว่าเรามีผลไม้ที่ดีคือกล้วย กล้วยชนิดแรกเราเรียกว่ากล้วยไข่ กล้วยไข่มันจะเป็นกล้วยที่มีสารต้านมะเร็งจึงทำให้คนไทยนั้นห่างไกลจากมะเร็ง

ได้ซึ่งผมได้ดีใจอยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งบารัค โอบามาเขาก็ได้พูดออกมาว่าเขากำลังหมดสมัยแต่อย่างไรก็ตามเขาได้เชื่อว่าสหรัสอเมริกาจะต้องเป็นผู้นำในการหายาป้องกันและรักษามะเร็งหายขาดสนิด ซึ่งประเทศไทยได้พบก่อนหน้านี้แล้ว กินน้ำอุ่น กินน้ำผึ้ง และ กินกล้วย เราก็จะไม่มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งถึเป็นมะเร้งนี่คือเป็นอาหารของผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งก็คือกล้วยไข่

กล้วยไข่มีวิตามินเอ มีวิตามินบี มีสารป้องกันมะเร็ง

แล้วยังมีโปรตีนที่คล้ายๆกับเวโปรตีนที่เข้าไปสร้างกล้าเนื้อให้กับร่างกาย และ กล้วยน้ําว้าจะมีโปรตีน วิตามิน เกลือแร่ สูงมากๆในงานวิจัยเราเจอว่าการนำเอากล้วยน้ำว้าไปปิ้งไฟทั้งเปลือก สมัยก่อนหรือว่าเราไม่สบายในสมัยโบราณพ่อแม่เราก็จะเอากล้วย เอากล้วยน้ำว้าที่สุกหรือดิบก็ได้เอาไปปิ้งเปลือกมันก็จะดำจากงายวิจัยเราพบว่าความร้อนทำให้โอสถสารในเปลือกวิ่งเข้าสู่เนื้อกล้วยความร้อนทำให้โอสถสารที่อยู่ในเปลือกวิ่งเข้าสู่เนื้อกล้วยเปลี่ยนเนื้อกล้งยจากขาวให้กลายเป็นแดง

จะมีรสเปรี้ยวๆหวานๆเราพบว่ามันกลายเป็นการกระตุ้นให้เกิดเกลือแร่เยื่อสังกะสีและ สังกะสีที่มันอยู่ในตัวกล้วยนั้นมันเป็นเกลือแร่ที่ไปกระตุ้นหรือบำรุงตับอ่อน ตับอ่อนนั้นมีหน้าที่ผลิตสารอินซูลิน เบาหวานมี2ชนิด ชนิดที่1เกิดกับเด็กเพราะว่าตับอ่อนของเขาไม่สามารถที่จะผลิตอินซูลินได้ครบ แต่ชนิดที่2นั้นเกิดขึ้นกับเรา

เพราะว่าเรานั้นกินของอาหารที่หลากหลายมากมายจนเกินไปเพราะฉะนั้นวันนี้เราจะต้องกินกล้วยน้ำว้าที่สุกๆเปลือกดำๆตัวนี้จะมีตัวเยื่อสังกะสีเยอะมากมันจะไปกระตุ้นตับอ่อนทำให้ตับอ่อนนั้นผลิตอินซูลินจึงเป็นการป้องกันและเป็นการช่วยเหลือผู้ที่เป็นเบาหวานอยู่ขณะนี้เพราะฉะนั้นน้ำตาลในกล้วยนั้นจะมีไม่เยอะ

กล้วยน้ำว้านี่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานถ้าเอาไปปิ้งทั้งเปลือกบางคนก็บอกว่ากินกล้วยจะต้องกินกล้วยดิบใช่แล้วกินกล้วยดิบเข้าไปแล้วมันจะมีสารแทนนินสารตัวนี้มันช่วยลดอาการท้องเสียแต่ถ้ากินเยอะๆก็กลายเป็นท้องผุ

 

สนับสนุนโดย  BK8

วิธีที่ทำให้คุณกลายเป็น คนสุขภาพดี

มีผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยตั้งเป้าหมายว่าปีใหม่นี้ต้องการจะเริ่มต้นใหม่ทำอะไรหลายๆอย่างที่ยังไม่เคยทำหรือยังทำไม่สำเร็จ บางคนก็อยากเก็บเงินให้ครบตามจำนวนที่ตั้งไว้ บางบุคคลก็กำหนดเป้าหมายเกี่ยวกับหน้าที่การงาน ในขณะที่หลายๆคนก็ตั้งเป้าหมายเกี่ยวกับสุขภาพ แต่ว่าหากพวกเรามัวแต่บอกไม่ลงมือกระทำสิ่งต่างๆก็อาจจะไม่เกิด มาเริ่มกันที่ใกล้ตัวที่สุดนั่นคือ “สุขภาพ” วันนี้พวกเราขอแนะนำแนวทางที่จะทำให้ทุกคนแปลงเป็นคนสุขภาพแข็งแรงขึ้นกัน

เปลี่ยนวิถีการกินอย่างจริงจัง

การที่พวกเราจะมีสุขภาพแข็งแรงได้นั้น หนึ่งในปัจจัยสำคัญอยู่ที่การกิน เพราะว่าถ้าหากพวกเรารับประทานแต่สิ่งที่ดีมีประโยชน์ร่างกายพวกเราก็จะได้รับแต่สารอาหารที่ดีบางคนชอบกินแต่อาหารที่ไม่มีประโยชน์ร่างกายก็จะทำงานมากสำหรับในการขับสิ่งไม่ดีออกไปวิธีการกินอย่างที่พวกเราเคยเรียนมาง่ายๆเลยนะครับ เพียงแค่รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่โภชนาการครบถ้วนและก็หลากลาย เน้นย้ำโปรตีนและก็คาร์โบไฮเดรตที่มีคุณประโยชน์ ขนมหรือของหวานจำพวกไหนที่ให้พลังงานที่สูงมากก็ควรจะหลบหลีกหรือรับประทานให้ลดน้อยลง เครื่องดื่มก็สั่งเป็นแบบหวานน้อยเพื่อลดน้ำตาลลง บางทีก็อาจจะไม่อร่อยอย่างเดิม แต่สุขภาพที่ได้กลับมานั้นจะดียิ่งขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

พักผ่อนให้เพียงพอ วางแผนการนอนให้ดี

ในแต่ละวัน พวกเราควรจะนอนตอน 3-5 ทุ่มเนื่องจากตอนนั้นเป็นเวลาที่ระบบภูมิคุ้มกันโรคจะทํางานอย่างเต็มประสิทธิภาพ แล้วก็สะสมพลังงานสํารองไว้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอตลอดทั้งคืนหากนอนเลยเวลาไป ถึงนอนครบ 8 ชั่วโมงตื่นมาก็จะไม่รู้สึกสดชื่น และก็ในช่วงตี 1-ตี 3 จะเป็นตอนเวลาของตับกำจัดสารพิษตกค้างถ้าช่วงเวลานี้ได้หลับ ตับจะหลั่งสารเมลาโทนินเพื่อฆ่าเชื้อโรคทําให้หน้าอ่อนเยาว์ ถ้าหากคนไหนต้องการหน้าเด็กก็ควรจะวางแผนนอนให้ดีนะครับ

ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

การตรวจสุขภาพรายปีอย่างสม่ำเสมอจะก่อให้เรารู้แนวโน้มสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การตรวจสุขภาพที่ถูกต้องจะมีผลให้พวกเราได้รู้ว่า “พวกเรายังมีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง” เพื่อจะได้ป้องกันก่อนจะเกิดโรคนั้นๆการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะต้นๆเป็นประโยชน์ต่อตัวเรามากยิ่งกว่าการตรวจเจอเมื่อมีลักษณะอาการปรากฏมาระยะหนึ่งแล้ว

เช็คสุขภาพฟันเป็นประจำ

ปัญหาในช่องปาก คือปัญหาที่เจอได้กับทุกคน เพราะเราจะต้องใช้งานช่องปากสำหรับการรับประทานอาหารแต่ละวัน หรืออย่างคนที่ชอบดื่มชา กาแฟ แล้วไม่ไปขูดหินปูนก็มีโอกาสฟันห่างได้ หรือประสบปัญหาปวดฟันจนถึงไม่มีสมาธิทำงาน เพราะฉะนั้นปัญหาช่องปากแล้วก็ฟันหากถูกแก้ไขอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆจะง่ายและเจ็บปวดน้อยกว่า ประหยัดรายจ่ายมากยิ่งกว่าปล่อยไว้จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ครับ