ผู้เขียน: admin

ใส่หน้ากากอนามัยห่างไกลโลก

         ในช่วงนี้นั้นทางรัฐบาลเองต่างก็พยายามรณรงค์ให้กับประชาชนนั้นยังคงต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อเวลาที่เรามีความจำเป็นต้องออกไปนอกบ้านซึ่งจริงๆแล้วการสวมใส่หน้ากากอนามัยนั้นในความคิดของคนบางกลุ่มนั้นมองว่าคนที่สวมใส่หน้ากากอนามัยควรจะเป็นผู้ป่วยที่ป้องกันเชื้อโรคของตนเองนั้นแพร่ให้กับคนอื่นแต่อันที่จริงนั้นถึงแม้เราจะไม่ใช่ผู้ป่วยก็ตามเราก็สามารถสวมใส่หน้ากากอนามัยได้เพื่อป้องกันผู้ป่วยนั้นแพร่มาหาเราโดยที่ผู้ป่วยเขาไม่มีการป้องกันดังนั้นตัวเราเอง

ก็สามารถป้องกันให้กับตนเองได้การสวมใส่หน้ากากอนามัยนั้นมีความจำเป็นมานานก่อนหน้าที่จะมีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าเสียอีกเนื่องจากว่าก่อนหน้านั้นมีการระบาดในเรื่องของมลพิษทางอากาศซึ่งเราจะเห็นได้ว่าช่วงประมาณตั้งแต่ต้นปีระกาคมพ.ศ 2552 เป็นต้นมาประเทศไทยมักจะประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของมลพิษค่า PM 2.5 มาโดยตลอด

ซึ่งแต่ละพื้นที่นั้นก็จะมีมลพิษค่อนข้างสูงบางครั้งก็เกินมาตรฐานที่มีการกำหนดไว้ซึ่งการที่เราสูดเอามลพิษเข้าไปนี้เองก็จะทำให้เราเจ็บป่วยได้ง่ายรวมถึงมีโรคภัยไข้เจ็บเข้ามาสู่ร่างกายของเราได้บ่อยมากขึ้นดังนั้นการที่จะสามารถป้องกันการ เอา PM 2.5 เข้าไปหรือสุดเอาฝุ่นควันเข้าไปให้ปอดเราต้องทำงานหนักนั่นเอง

ดังนั้นหน้ากากอนามัยจึงมีความสำคัญนับตั้งแต่ก่อนที่จะมีการระบาดของเชื้อโรคแล้วเพียงแต่ว่าประชาชนคนไทยนั้นไม่ค่อยที่จะให้ความสำคัญมากนักโดยมองว่าหากเป็นคนธรรมดาทั่วไปก็ควรจะได้รับอากาศบริสุทธิ์ตามปกติแต่ไม่เคยมองว่าอากาศที่เราคิดว่ามันบริสุทธิ์นั้นตอนนี้มันไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่เราคิดแล้วเนื่องจากประชาชนนั้นได้มีการบุกรุกทำลายป่าไม้และมีการทิ้งขยะกันมากขึ้นรวมถึงมีท่อไอเสียจากรถยนต์ค**พุ่งขึ้นไปในอากาศทำให้อากาศที่เคยบริสุทธิ์มา

ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์นั้นปัจจุบันมีแต่กลิ่นควัน และมีมลพิษต่างๆมากมายซึ่งถ้าเราไม่ใส่หน้ากากอนามัยแล้วเราก็จะดูดเอาควันพิษนั้นเข้ามาทำให้ระบบภายในร่างกายของเราได้รับความเสียหายและเจ็บป่วยได้ง่ายนั่นเองซึ่งอันที่จริงแล้วการที่เราจะสูดควันพิษเข้าไปหรือไม่นั้นไม่มีใครที่จะมาบอกเราได้หรือสั่งการเราได้ว่าเราควรจะทำอย่างไร

ดังนั้นเราควรจะมีการดูแลร่างกายของเราเองซึ่งหน้ากากอนามัยนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้ที่มนุษย์ทุกคนควรจะมีการสงสัยกันเอาไว้เมื่อเวลาต้องออกไปนอกบ้านถึงแม้ว่าเรานั้นจะไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยอะไรเลยก็ตามและถึงแม้ว่าต่อไปในอนาคตเชื้อระบาดของไวรัสโคโรนาจะหมดไปแต่การสวมใส่หน้ากากอนามัยก็ยังเป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างต่อเนื่องไปตลอดเพราะเราไม่รู้หรอกว่าเชื้อโรคอื่นๆจะตามมาอีกหรือไม่นอกจากเชื้อไวรัสโคโรน่านั้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

ประจำเดือนบอกว่าเราเป็นโรคอะไรได้บ้าง

          อาจกล่าวได้ว่าการมีประจำเดือนสำหรับผู้หญิงนั้นไม่สามารถหลีกหนีกันพ้นซึ่งผู้หญิงทุกคนเมื่อพูดถึงประจำเดือนจะทำให้นึกถึงแต่ความไม่สบายตัว ทั้งการปวดท้องช่วงมีประจำเดือนบางคนมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมากทำให้เกิดสิวขึ้นได้ หรือบางคนมีอาการปวดหลังร่วมด้วยแต่ใช่ว่าการเป็นประจำเดือนจะมีแต่ผลเสียอย่างเดียว

เพราะประจำเดือนมีการเกี่ยวพันธ์กับอวัยวะภายในของร่างกาย ดังนั้นลักษณะของประจำเดือนที่ออกมาแต่ละเดือนจะสามารถเราได้ว่าเรามีความผิดปกติอะไรบ้าง มาลองดูกันค่ะเพราะการที่เราสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ได้ก่อนก็จะทำให้เราไปพบแพทย์เพื่อรักษาได้เร็วขึ้น ทำให้ชีวิตเราปลอดภัยมากขึ้นดังนั้นสัญญาณที่จะสามารถบอกเราได้ว่าประจำเดือนที่มาผิดปกติของเรานั้นเป็นสาเหตุของโรคอะไรกันแน่

  1. หากพบปัญหารอบเดือนมาไม่ปกติ มาไม่สม่ำเสมอ มีการเลื่อนทุกเดือน แบบนี้ไม่ได้เกิดโรคอะไรแต่ถ้าหากมาพร้อมอาการผิดปกตเหล่านี้เพิ่ม เช่น ปวดหัวทุกครั้งที่มีประจำเดือน มองเห็นไม่ชัดเจนและมีขนขึ้นเยอะกว่าเดิม อาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรค เนื้องอกในรังไข่
  2. แต่ถ้าหากมีปัญหาประจำเดือนมามากกว่าหนึ่งสัปดาห์ และมีอาการปวดท้องน้อยและมีขนาดโตขึ้นและปัสสาวะบ่อยหรือมีการปวดท้องระหว่างมีเพศสัมพันธ์ อาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรคเนื้องอกในมดลูก
  3. หากประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ รวมถึงมีอาการอ่อนเพลีย ทำงานได้ช้า เวียนหัวบ่อย หน้าแต่เกินวัยขนในอวัยวะสืบพันธ์หลุดร่วง ผิวหนังแห้ง หยาบ อาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรคโรคต่อมใต้สมองขาดเลือด
  4. แต่หากพบว่ามีลิ่มเลือดออกมาพร้อมกับประจำเดือนในปริมาณที่มากผิดปกติ เป็นประจำทุกเดือน อาจสันนิฐานได้คุณกำลังเสี่ยงกับการเป็นโรค อุ้งเชิงกรานอักเสบ
  5. ส่วนถ้าประจำเดือนมากน้อยมาก แต่มีสีเข็มมาก รวมถึงมีอาการเวียนหัวบ่อย เหนื่อยง่ายและไม่ค่อยมีแรงอาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรค โรคโลหิตจาง
  6. แต่ถ้าประจำเดือนของคุณมีกลิ่นเหม็นเหมือนกลิ่นคาวปลา รวมถึงมีอาการคัน แสบในช่องคลอดบางครั้งมีตกขาวที่มากผิดปกติ และตกขาวอาจเป็นสีขาวขุ่นหรือสีเทา อาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรคติดเชื้อไวรัส     หรือแบคทีเรียที่ช่องคลอด
  7. แต่ถ้าบางคนมีประจำเดือนออกมามากผิดปกติ รวมถึงมีลักษณะหน้าซีด ตัวซีดปวดท้องน้อยที่สำคัญประจำเดือนมีกลิ่นคาวปลา อาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรค ปีกมดลูกอักเสบ
  8. แต่ถ้าหากมีประจำเดือนเยอะ และยิ่งใกล้วันหมดประจำเดือนยิ่งปวดท้องหนักกว่าเดิม อาจสันนิฐานได้คุณกำลังเสี่ยงกับการเป็นโรค ช็อคโกแลตซีสต์

          อย่าลืมสังเกตอาการของประจำเดือนทุกครั้งกันด้วยนะคะ ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งหมั่นตรวจสอบความผิดปกติของร่างกาย หากมีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้นแต่ไม่แน่ใจว่าเราเป็นโรคเหล่านี้หรือไม่อย่าลืมไปพบแพทย์ให้ตรวจให้ละเอียดอีกครั้งนะคะ   

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนัน

ไม่อยากเป็นโควิด-19 ก็อย่าแตะต้องหน้าตนเองให้บ่อยมากนัก 

       อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าช่วงนี้เพื่อโลกกำลังประสบสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาซึ่งไวรัสชนิดนี้จะติดต่อกันได้จากการที่สัมผัสของเหลวเข้าไปในร่างกายดังนั้นวิธีการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าในช่วงนี้ก็คือการที่เราจะต้องมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยแล้วก็ใช้เจลล้างมืออยู่ตลอดเวลาสาเหตุที่เราต้องมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยนั่นก็คือว่าป้องกันของเหลวต่างๆจากคนที่เป็นโรค Corona นั้นกระเด็นมาถูกหน้าตาของเราแล้วอาจจะเข้าไปบริเวณดวงตาหรือปากของเราทำให้เราติดโรคชนิดนี้ได้

ดังนั้นเราจะรู้อยู่แล้วว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้เข้าไปสู่ร่างกายของเราด้วยปากหรือตาก็ได้สิ่งที่ตามมาก็คือหากเราต้องการที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้ตนเองติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นเราจำเป็นจะต้องไม่สัมผัสหน้าตาของเราบ่อยมากนักเราลองนึกถึงดูว่าหากคนที่มีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ในร่างกายก็อาจจะมีการสัมผัสหน้าตาของตนเองเช่นเขาอาจจะไปโดนเหงื่อของตนเอง

หรือเอามือเช็ดน้ำมูกของหนูเองหลังจากนั้นเขาก็ไปจับอุปกรณ์อื่นๆต่างๆมากมายโดยที่เขาเองอาจจะไม่ได้ตั้งใจและเมื่อใดก็ตามที่เราถึงแม้ว่าจะไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแต่ไปจับตรงบริเวณที่คนที่มีเชื้อไปจับซึ่งก็ถือว่าเรานั้นแต่ต้องเชื้อไวรัสโคโรน่ามาแล้วหากเราล้างมือทิ้งเธอก็จะหลุดลอกไปหรือตายไปแต่ถ้าหากว่าเรายังไม่ได้ล้างมือเชื้อก็ยังจะคงติดอยู่กับมือของเราและเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเอามือมาป้ายหน้าป้ายตาของเราก็จะทำให้เชื้อนั้นสามารถเข้าสู่ร่างกายของเราได้นั่นเอง

จึงเป็นที่มาว่าทำไมเราถึงจะต้องมีการระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องของการจับหน้าตาของตนเองในช่วงเวลานี้เพราะเชื้อโรคนั้นมันสามารถเข้าผ่านทางตาทางปากหรือแม้แต่ทางจมูกหรือหากเรามีแผลมันก็สามารถเข้าไปสู่ทางแผลของเราได้นั่นเองดังนั้นเราจะเห็นว่าคนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นคือคนที่ไม่ได้มีการใส่หน้ากากอนามัยป้องกันและอาจจะเกิดจากการที่พวกเขาไปจับเชื้อโรคแล้วนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย

ไม่ว่าจะเป็นทางใดก็ทางหนึ่งนั่นเอง อย่างไรก็ตามเรา เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนนั้นค่อนข้างที่ ค่อนข้างที่จะควบคุมตัวเองได้ยากอย่างที่เรามีการห้ามไม่ให้เอามือไปจับหน้าตานั้นโดยปกติแล้วทุกคนตลอดเวลาอยู่แล้วจะต้องมีการเอามือไปโดนบริเวณหน้าตาของตนเองไม่ว่าจะเป็นการหูจมูกหรือเอามือปัดปอยผมบริเวณใบหน้าซึ่งต่างๆเหล่านี้ก็คือการไปสัมผัสหน้าตาของตนเองนั่นเองดังนั้นสิ่งที่เป็นการห้ามไม่ให้เราเอามือไปจับหน้าตานั้นมันอาจจะทำให้ไม่สามารถทำได้มากนัก

เนื่องจากว่าคนส่วนใหญ่อาจจะทำไปโดยที่เผลอเลยก็เป็นได้ดังนั้นวิธีการที่เราจะสามารถป้องกันไม่ให้มือเราไปโดนหน้าตาของเราเองนั้นก็คือการที่เราต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยเพราะเมื่อเราใส่หน้ากากอนามัยปุ๊บเราจะรู้อยู่แล้วว่าเราจะต้องมีการควบคุมมือของเราไม่ให้ไปโดนสัมผัสส่วนที่เป็นใบหน้าที่มีหน้ากากอนามัยป้องกันอยู่แล้วแล้วนี่จะช่วยให้เราลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้มากยิ่งขึ้น

 

สนับสนุนโดย  sagame666

ทำอย่างไรเมื่ออาหารติดคอ

           หากพูดถึงอาการอาหารติดคอนั้นเราจะพบด้วยว่าช่วงนี้เรามักจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับเรื่องอาหารติดคอกันบ่อยมากขึ้นโดยพบว่าส่วนใหญ่แล้วจะเป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่รวมถึงคนชราเมื่อไม่นานมานี้เองก็มีข่าวอาหารติดคอผู้สูงวัยที่เป็นเงาะโชคยังดีที่ทางโรงพยาบาลสามารถที่จะช่วยเหลือคุณยายคนดังกล่าวเอาไว้ได้

แต่หลายคนก็พบว่ามีอาหารติดคอแล้วทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน และจากสถิติที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ที่มีอาการอาหารติดคอแน่นในแต่ละปีมากกว่า 500 คนขึ้นไปซึ่งถือว่าเป็นยอดที่สูงมากทีเดียว สำหรับอาการติดคอส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นเวลาที่เรากินสิ่งใดเข้าไปก็แล้วแต่เช่นอาจจะทานอาหารหรือแม้แต่ทานยาเข้าไปแล้วเผอิญเกิดไปสำลักในช่วงที่ของเรานั้นกำลังลงไปที่ลำคอทำให้สิ่งของเหล่านั้นไปเกิดอุดตันตรงที่บริเวณลำคอซึ่งทำให้ไม่สามารถที่จะดึงออกซิเจนไปทำการหล่อเลี้ยงสมองได้

ซึ่งจะมีผลต่อระบบสมอง แล้วถ้าหากใครที่ไม่สามารถรักษาได้ทันท่วงทีออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอก็อาจจะเกิดเป็นโรคเจ้าหญิงนิทราหรือเจ้าชายนิทราก็เป็นได้หรือถ้าหากรุนแรงมากๆก็อาจจะส่งผลทำให้เสียชีวิตได้เช่นเดียวกันส่วนอาการที่เกิดขึ้นจากอาการอาหารติดคอนั้นอาจจะมีผลเนื่องมาจากการเคี้ยวอาหารที่เร็วเกินไปการเคี้ยวอาหารแบบไม่ย่อย

หรือชอบพูดไปแล้วเคี้ยวอาหารไปซึ่งสาเหตุพวกนี้ก็สามารถทำให้เกิดอาหารติดคอได้ส่วนในเด็กเล็กๆนั้นเรามักจะพบว่าเด็กชอบมักนำของเข้าปากโดยที่ไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นกินไม่ได้แล้วทำให้เข้าไปติดคอหรือติดหลอดลมนั่นเอง และสำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำถึงวิธีการช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับคนที่มีอาการอาหารติดคอ

เพราะว่าอย่างที่รู้กันดีว่าถ้าหากออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอเพียงแค่ 4 นาทีเท่านั้นก็อาจจะทำให้เกิดอาการช็อกจนเสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน สำหรับวิธีการนั้นเป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้นของคนที่มีอาการอาหารติดคอบางส่วนเท่านั้นซึ่งวิธีการนี้สามารถทำได้โดยที่ทั้งตัวเราเองต้องมีสติและผู้ที่มีอาหารติดคอนั่นก็ต้องมีสติเช่นเดียวกัน

โดยบอกให้ทางผู้ที่มีอาหารติดคอนั้นพอลงมารวมถึงให้สูดหายใจเข้าไปลึกๆแต่ห้ามหายใจออกและสูดหายใจซ้ำเป็นครั้งที่สองอีกครั้งหนึ่งหลังจากนั้นให้พยายามอ่านออกมาซึ่งจะทำให้ช่วงที่มีการออกนั้นอาหารที่ติดคอก็จะหลุดออกมาได้ และข้อห้ามคือ หากอาหารติดคอ ห้ามตบหลังและห้ามให้น้ำดื่มเป็นอันขาด

แต่ถ้าหากมีอาการหายใจไม่ออก แสดงว่าอาหารไปอุดกั้นแบบสมบูรณ์แบบ ผู้ทีมีอาการอาหารอุดตันนั้นจะหน้าสีเขียวหรือสีแดงแล้วดังนั้น เราต้องช่วยเหลือเบื้องต้นได้ โดยให้คนช่วยให้คนที่อาหารติดคอยืนขึ้น แล้วให้เขายืนกางขาเสร็จแล้วคนที่จะช่วยให้ไปยืนทางด้านหลังคนป่วย เอาเท้าของเราสอดไปตรงกลางระหว่างขาของคนป่วยแล้ว

หลังจากนั้นให้เรากำมือเอานิ้วก้อยกับนิ้วโป้งขี้นมาแล้วเอานิ้วก้อนกดที่บริเวณสะดือให้นิ้วโป้งอยู่ด้านบนบริเวณใต้ลิ้นปี่แล้วกดให้ผู้ป่วยก้มตัวลงเล็กน้อยแล้วให้เรากระแทกตัวผู้ป่วยเข้ามาทางด้านหลังประมาณ 5 ครั้งดูแล้วว่ามีอาหารออกมาหรือไม่

ถ้าไม่ให้ทำซ้ำใหม่อีกรอบ แต่ถ้านานเกินไปคนไข้จะหมดสติ ให้เราค่อยค่อยรับตัวคนไข้แล้วค่อยค่อยวางคนไข้ลง แล้วให้โทร 1669 เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือและระหว่างที่รอรถพยาบาลมาช่วยก็ทำ CPR คนป่วยรอรถพยาบาลไปด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน หวย

วิธีการทำความสะอาดมือในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรน่า

            ว่าปกติแล้วเราทุกคนก็มักจะทำความสะอาดมือเป็นประจำอยู่แล้วโดยเฉพาะหากมีใครรู้สึกว่ามือของตัวเองสกปรกก็จะมีการล้างทำความสะอาด 1 และก่อนกินข้าวก็จะมีการล้างมือทำความสะอาดก่อนกินข้าวเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าปากอยู่แล้ว

แต่ในสภาวะเช่นนี้ที่ประเทศไทยยังคงมีการระบาดของไวรัสโคโรน่าอยู่และเราก็จำเป็นจะต้องมีการดูแลสุขอนามัยของเราให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการที่จะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายของเราโดยที่เราไม่รู้ตัวดังนั้นส่วนใหญ่ของการดูแลสุขภาพอนามัยในตัวเองช่วงนี้ก็คือการที่เราจะต้องมีการสงสัยหน้ากากอนามัยไม่ว่าเราจะไปที่ไหนก็ตามหน้ากากอนามัยจะเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีติดตัวของเราทุกครั้งไปและนอกจากหน้ากากอนามัยแล้วยังจำเป็นที่จะต้องล้างมือบ่อยๆ

เมื่อมีการตัดสินของทุกครั้งเราควรต้องมีการล้างมือหรือถ้าหากใครไม่มีอ่างล้างมือแล้วก็จำเป็นจะต้องมีการพบเจลแอลกอฮอล์ล้างมือเพื่อที่จะใช้ฆ่าเชื้อโรคด้วยการใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือนี้เรามักจะใช้ก่อนที่จะจับสิ่งของรวมถึงเมื่อจากสิ่งของไปแล้วก็ควรจะใช้ซ้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้มือของเราสะอาดปราศจากเชื้อโรคนั่นเอง

ได้อย่างไรก็ดีการล้างมือด้วยน้ำสะอาดและการล้างมือบ่อยๆก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรจำเป็นต้องทำกันอยู่สม่ำเสมอวันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีการล้างมืออย่างไรให้สะอาดแค่เพียงไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้นเราก็จะสามารถปกป้องตนเองจากเชื้อไวรัสโคโรน่าได้แล้วสำหรับขั้นตอนการล้างมือนั้นมาดูกันเลยค่ะว่าต้องทำยังไงบ้าง

           พูดถึงตาล้างมือแล้วสิ่งแรกที่เราจะต้องทำก็คือ  เปิดน้ำก็ขึ้นมาหลังจากนั้นก็ใช้น้ำล้างมือให้สะอาดโดยการใช้ฝ่ามือนั้นถูกประกบกันแล้วก็ใช้สบู่หรือน้ำยาล้างมือเทไปที่ฝ่ามือเมื่อใส่น้ำยาล้างมือเรียบร้อยแล้วเราก็ใช้หลังมือและหน้ามือถูกกันสลับกันไปมาโดยเฉพาะถูตามซอกนิ้วและซอกเล็บให้สะอาดเมื่อมีการโทรเรียบร้อยแล้วไม่ว่าจะเป็นการถูฝ่ามือหน้ามือหลังมือลอกมือลอกไว้เรียบร้อยแล้วเมื่อไหร่เราก็อยู่ตรงบริเวณข้อมือของเราด้วยเช่นเดียวกัน

หรือถ้าหากเป็นไปได้ขึ้นมาถึงบริเวณแขนนิดหน่อยก็ยังดีซึ่งก็ทั้งแขนลงมาที่มือของเรานั้นควรจะมีการใช้สบู่หรือน้ำยาล้างมือให้สะอาดซึ่งขั้นตอนการโทรนี้เราจะมีการโถส้วมอยู่ที่ประมาณ 2-3 นาทีเพื่อให้น้ำยานั้นสามารถฆ่าเชื้อโรคให้เรียบร้อยเสียก่อนหลังจากนั้นก็มีการล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดอีกครั้งหนึ่งเพียงเท่านี้ก็จะเป็นขั้นตอนง่ายๆที่เราจะสามารถล้างมือของเราให้สะอาดและเชื้อโรคก็จะไม่มาเกาะติดตั้งการล้างมือนั้นเราสามารถล้างมือบ่อยๆตามที่ใจเราต้องการได้เลย

ไม่จำเป็นที่ว่าจะต้องล้างเพียงแค่วันละ 3 รอบเท่านั้นแต่ทุกครั้งที่เราได้หยิบจับอะไรมาเราควรจะมีการล้างมือรวมถึงถ้าหากเราออกไปนอกบ้านมาเมื่อกลับเข้ามาในบ้านเราควรจะมีการล้างมือหรือใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้เรียบร้อยก่อนที่ติดกับสิ่งของภายในบ้านและที่สำคัญเราควรจะอาบน้ำชำระร่างกายใหม่อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เราออกจากข้างนอกกับเข้ามาในบ้านเรียบร้อยแล้วเพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ร่างกายของเราสะอาดและปราศจากเชื้อโรครับร้องว่าจะไม่ติดไวรัสโคโรนาแน่นอน

 

ขอบคุณ  เว็บพนันออนไลน์  ที่ให้การสนับสนุน

โรคที่มาพร้อมกับชานมไข่มุก

            ทุกคนรู้ดีแล้วว่าชานมไข่มุกนั้นมีความอร่อยแต่ก็มักจะมีโรคภัยแอบแฝงมากับพวกมันแน่ๆแต่อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่นั้นก็ยังพร้อมพี่จะกินชานมไข่มุกแม้จะรู้ดีว่าจะต้องเสี่ยงต่อการที่จะสุขภาพไม่ดีก็ตามเรามาดูกันว่าอันตรายที่เกิดจากการกินชานมไข่มุกนั้นมีอะไรกันบ้าง

            อันดับแรกเลยโรคอ้วนต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเพราะอย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าชานมไข่มุกนั้นจะให้พลังงานที่สูงมากๆซึ่งรู้จากการคำนวณแคลอรี่ของชานมไข่มุกที่มีอยู่ตามอินเตอร์เน็ตทั่วไปจะเห็นได้ว่า 1 แก้วที่เรากินชานมไข่มุกเข้าไปเราจะได้รับพลังงานสารอาหารสูงถึง 240 กิโลแคลอรี่ถึง 360 กิโลแคลอรี่เลยทีเดียวและโดยเฉพาะชานมไข่มุกนั้นมีทั้งน้ำตาลและแป้งซึ่งเกิดมาจากตัวไข่มุกและนมรวมถึงครีมเทียมมีใครใส่ส่วนผสมอย่างอื่นเยอะมากไปเท่าไหร่

ก็จะทำให้ความอ้วนทำหาคุณได้เร็วมากขึ้นและนอกจากความอ้วนแล้วคุณยังจะเป็นโรคเบาหวานอีกด้วยเพราะชานมไข่มุกนั้นมีรสชาติที่หวานอร่อยเนื่องจากมีการใส่น้ำเชื่อมและนมข้นเข้าไปเป็นจำนวนมากดังนั้นร่างกายของคุณจึงได้รับน้ำตาลมากจากชานมไข่มุก 1 แก้วแน่นอนว่าเมื่อมีการกินในทุกๆวันหรือบางคนกินชานมไข่มุกวันละหลายแก้ว

ก็มีก็จะทำให้คุณเสี่ยงเป็นอย่างมากที่จะกลายมาเป็นโรคเบาหวานได้อีกทั้งการที่คนกินชานมไข่มุกแทนข้าวเพราะติดใจในรสชาติความหวานอร่อยหลังจากกินเข้าไปเยอะๆก็ไม่อยากจะกินอาหารและคนส่วนมากในตอนนี้มักจะไม่ชอบกินผักและผลไม้กันดังนั้นเพราะกินแต่ชานมไข่มุกอย่างเดียวก็จะทำให้คุณเป็นโรคท้องผูกได้ยิ่งบางคนแล้ว

ก็มีการเคี้ยวไข่มุกไม่ค่อยละเอียดก็เกินเข้าไปในท้องแล้วทำให้กระเพาะอาหารของคนย่อยไข่มุกได้ยากเมื่อยากก็จะมีผลตามมาอีกมากมายในเรื่องของการขับถ่ายดังนั้นถ้าไม่อยากเป็นโรคท้องผูกก็ควรจะกินผักผลไม้เยอะๆแล้วงดชานมไข่มุกจะเป็นการดีที่สุดอีกหนึ่งโรคที่ขาดไม่ได้ที่จะตามมาหากเรากินชานมไข่มุกเป็นปริมาณมากนั่นก็คือโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดเพราะในชานมไข่มุกนั้นจะมีการใช้พวกครีมเทียมซึ่งในครีมเทียมนี้จะมีเรื่องของไขมันทรานส์

ซึ่งไม่ดีต่อหัวใจของคนเราเป็นอย่างมากเพราะมันจะไปทำร้ายไขมันชนิดดีในร่างกายของเราทำให้หากเรากินชานมไข่มุกเข้าไปในปริมาณที่มากๆแล้วอาจจะทำให้เราเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจก็เป็นได้คุณรู้หรือไม่ว่าการที่เรากินชานมไข่มุก 1 แก้วนั้นมันเหมือนกับว่าถ้าเทียบเป็นอาหารอย่างอื่นก็แสดงเท่ากับว่าเราเนี่ยกินข้าวไป 3-4 ทัพพีเลยทีเดียวซึ่งถือว่าถูกมากๆหรือถ้าเกิดว่าเป็นพวกก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟก็เท่ากับ 1 ชามเลยทีเดียวเพราะฉะนั้นเสียงมากที่เป็นโรคต่างๆที่ได้กล่าวขึ้นมาแล้วเมื่อตอนต้น

 

ขอบคุณ  bk8 mobile  ที่ให้การสนับสนุน

ความเชื่อผิดๆสำหรับคนที่ลดความอ้วน

       หลายคนที่ลดความอ้วนนั้นมักจะมีความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับเรื่องของการกินอาหารโดยมองว่าถ้าหากกินอาหารน้อยลงก็จะทำให้ลดความอ้วนได้เร็วขึ้นจึงทำให้หลายคนนั้นมักจะไม่กินอาหารเช้าและมักจะไม่กินอาหารเย็นซึ่งบางคนนั้นกินแค่อ่านมื้อเดียวเลยด้วยซ้ำไป

แต่จริงๆแล้วนี่ถือว่าเป็นความเชื่อที่ผิดเป็นอย่างมากเพราะถ้าหากว่าเราไม่ยอมกินอาหารอะไรเลยร่างกายของเราก็จะมีการเผาผลาญน้อยลงเนื่องจากว่าร่างกายของเราเป็นระบบอัจฉริยะมันจะมีการดูแลตัวเองด้วยการกักเก็บอาหารที่มีอยู่ในร่างกายเอาไว้ก่อนโดยที่พยายามที่จะไม่ใช้งานเพราะว่ามันกลัวว่าจะไม่มีสารอาหารมาใช้งานในเวลาอื่น

ดังนั้นเพราะมันกับอาหารปุ๊บระบบการเผาผลาญของเราก็จะไม่ทำงานนั่นเองและเมื่อระบบการเผาผลาญของเราไม่ทำงานมันก็จะไม่ทำให้เราผอมลงและที่สำคัญเมื่อเราอดอาหารมากๆและเรามากินอาหารภายหลังร่างกายก็จะมีการกระตุ้นให้เรากินอาหารเยอะขึ้นเพราะมันกลัวว่าเราจะมีการอดอาหารใหม่อีกครั้งหนึ่งซึ่งในครั้งนี้เองมันจะกระตุ้นทำให้เรากินอาหารมากขึ้นเรื่อยๆ

และเราก็จะอ้วนโดยที่เราไม่รู้ตัว อะไรก็ตามก็ยังมีความเชื่อผิดๆอีกอย่างหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องของการกินอาหารโดยนับ kcal ซึ่งหลายคนมองว่าถ้าเรากินทะเลน้อยก็จะทำให้เราผอมลงซึ่งอันที่จริงแล้วไม่ใช่เลยเพราะถ้าหากเทียบในเรื่องของสารอาหารที่เรากินเข้าไปนั้นอย่างเช่นถ้ามีสลัดที่มีแคลอรี่ประมาณ 440 แคลอรี่กลับเป็นฝ่ายที่มีแคลอรีอยู่ที่ 340 แคลอรี่

ถ้าหากคนส่วนใหญ่เลือกยินดีและมีความรู้ในเรื่องของอาหารการกินในการลดน้ำหนักนั้นก็ควรจะต้องเลือกกินสลัดถึงแม้ว่าจะมีแคลอรี่สูงมากกว่าเป็นฝ่ายแต่สลัดนั้นประกอบไปด้วยผักดังนั้นจึงไม่ทำให้ร่างกายของเราอ้วนได้แน่นอนในขณะที่เฟรนฟรายนั้นมีแค่เพียง 340 แคลอรี่ก็จริงแต่เป็นฝ่ายนั้นประกอบไปด้วยแป้ง

ดังนั้นเมื่อเรากินแป้งเข้าไปร่างกายก็จะสะสมแป้งและถ้าเกิดไม่ได้ใช้งานแป้งมันก็จะถูกเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลซึ่งจะทำให้เราอ้วนนั่นเองดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าถึงแม้ว่าการที่หลายคนระบุออกมาว่าการนับแคลจะช่วยให้เรานั้นลดน้ำหนักได้นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะได้ผล 100% เต็มเห็นไหมคะว่าสิ่งที่เราดูเห็นว่าเป็นเล็กๆน้อยๆเท่านั้น

แต่จริงๆแล้วเรามีความเชื่อในเรื่องของการลดน้ำหนักแบบผิดๆมามากเลยทีเดียวทำให้หลายคนอดอาหารอย่างไรหรือนับแคลกินมากแค่ไหนก็ยังไม่ทำให้ตนเองนั้นสามารถที่จะผอมลงมาได้สักทีนั่นก็เพราะว่าเรามีความรู้เรื่องของการลดน้ำหนักนั้นไม่ถูกต้องนั่นเองและหากใครที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างแท้จริงแล้วเราก็การลดน้ำหนักที่ดีนั้น

ก็คือการกินอาหารที่มีประโยชน์เน้นอาหารที่เป็นประเภทผักและผลไม้และเนื้อสัตว์รวมถึงเราต้องกินอาหารครบทุกมื้อไม่ควรที่จะอดอาหารแล้วมันออกกำลังกายเพื่อที่จะได้ให้ระบบร่างกายนั้นเผาผลาญไขมันออกไปแล้วเหลือแต่กล้ามเนื้อซึ่งกล้ามเนื้อนี่เองที่จะทำให้เราผอมได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  โหลด bk8

รู้หรือไม่ ….สาเหตุของฟันเหลืองมาจากอาหาร

          เคยกันบ้างไหม ที่มองไปเห็นคนสวย หรือคนหล่อ เห็นแล้วกระชุ่มกระชวยหัวใจ แต่พอเห็นรอยยิ้มสวยๆแล้วรู้สึกไม่ประทับใจเพราะสีของฟันที่เน้นสีเหลืองออกมาเลย ใช่ว่าจะดูแค่คนอื่น เราเองก็ควรสำรวจตัวเองด้วยเหมือนกันว่า ฟันขอเราเหลืองมากน้อยแค่ ไหน แล้วรู้กันหรือไม่ว่าสาเหตุที่ฟันเราเหลืองนั้น มาจากอาหารที่เราทานเข้าไปในแต่ละวันนั่นเอง เช่น พวก ชา กาแฟ น้ำอัดลมรวมถึงผลไม้สีเข้มต่างๆ แล้วรู้หรือไม่ อาหารพวกนี้ทำให้ฟันเราเหลืองได้อย่างไร

          รู้หรือไม่ว่าอาหารที่เรากินเข้าไป โดยเฉพาะอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงๆจะมีสารบางอย่างที่สามารถทำให้สีของฟันเราเข็มขึ้นได้ และเมื่อเราทานอาหารเข้าไปสารเหล่านี้ก็จะเข้าไปทำปฏิกิริยาในปากทำให้มีคราบเหลืองเกิดขึ้น  และสารที่ทำให้ฟันเราสีเข้มขึ้นไม่ขาวเหมือนเดิม เช่น 

  1. Chromogen  สารตัวนี้คือสารที่ทำให้เกิดสี ส่วนมากจะมีใน กาแฟ  ชา ไวน์แดงและผลไม้ที่สีเข้มๆ
  2.  Prechromogen สารตัวนี้จะพบมากในแอปเปิลและมันฝรั่งหรือในอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เพราะสารที่ไม่มีสีแต่จะทำปฏิกิริยากับฟันจนเป็นคราบสีเหลือง 
  3. สีผสมอาหาร  อาหารที่ใส่สี เช่น น้ำอัดลม ขนมหวานที่สีสันสวยงาม สีจากอาหารเหล่านี้ จะไปจับกับตัวฟันทำให้เกิดคราบสีที่ฟันได้ 
  4.  Tannin เป็นสารที่พบใน ชา กาแฟ เป็นส่วนที่ทำให้คราบเหลืองติดแน่น
  5. กรด พบมากใน แอลกอฮอล์ ชา กาแฟ และน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว กรดจะมีฤทธิ์กัดกร่อนฟัน ซึ่งเป็นผลให้สีจากอาหารสามารถแทรกซึ่งเข้าไปในร่องฟันได้ง่าย 

การที่ฟันจะเกิดคราบสีเหลืองได้นั้น จะขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารและปริมาณที่เรากินเข้าไป รวมถึงความถี่ในการกินด้วย ถ้ากินมากและกินทุกวัน ก็จะทำให้เกิดคราบสีเหลืองที่ฟันได้ เช่น ชา กาแฟ  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์  น้ำอัดลม ผลไม้สีเข้ม ขนมหวาน และเครื่องปรุงบางชนิด เช่น ซอสมะเขือเทศ 

เราสามารถหลีกเลี่ยงและป้องกันปัญหาฟันเหลืองด้วยด้วย การหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดฟังเหลือง เช่น งดดื่ม แอลกอฮอล์  ชา กาแฟ และน้ำอัดลม เน้นทานผักที่สีไม่เข้ม ดื่มน้ำนมเพราะมีแคลเซียมช่วยในการบำรุงฟัน และดื่มน้ำเปล่ามากๆเพื่อช่วยล้างคราบสี นอกจากนี้แล้ว เราควรมีการดูแลสุขภาพปากและฟันให้สะอาดอยู่เสมอ เริ่มด้วยการแปรงฟันทุกวันอย่างน้อยเช้า –เย็น รวมถึงเมื่อมีการรับประทานอาหารหรือขนมเสร็จแล้ว

ควรมีการบ้วนปากทุกครั้ง เพื่อช่วยล้างคราบอาหารที่จะติดผิวของฟัน แนะนำให้เคี้ยวหมากฝรั่งสูตรไม่มีน้ำตาล เพื่อกระตุ้นให้ช่องปากมีการหลั่งน้ำลายออกมา เพื่อลดกรดในช่องปาก และที่สำคัญควรไปพบทันตแพทย์เป็นประจำสม่ำเสมอ หรือถ้าเกิดฟันมีคราบสีเหลืองเกิดขึ้นแล้วเราสามารถให้ทันตแพทย์ ทำการเคลือบสีฟันให้ได้ด้วย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 fast

ใกล้เปิดเทอมควรระวังเด็กติดเชื้อไวรัสโควิดกันได้แล้ว 

        ก่อนหน้านี้ที่มีการรายงานข่าวออกมาว่าส่วนใหญ่คนที่ติดเชื้อไวรัส โควิด-19 นั้นมักจะเป็นคนที่อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปและคนที่จะเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19แล้วเสียชีวิตก็คือกลุ่มคนสูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงให้ความสัมพันธ์กับผู้สูงอายุเป็นอย่างมากโดยหลายคนมองว่าเด็กเล็กๆนั้นภูมิต้านทานสูง

มักจะไม่มีโอกาสที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19มากนักแต่ในช่วงหลังนี้กลับพบว่ามีการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19คนที่อายุต่ำลงมาอย่างเช่นล่าสุดนั้นจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสที่พบใหม่นั้นเป็นอยู่ในกลุ่มของช่วงวัยรุ่นนั้นก็คือช่วงอายุประมาณ 20 ถึง 25 ปีแต่ในขณะเดียวกันที่ต่างประเทศได้มีการเผยแพร่จากเพจของคุณหมอระบุออกมาว่ามีการพบเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเด็กเล็กบ้างแล้ว

ถึงแม้ว่าอาการของเชื้อไวรัสโควิด-19ที่เด็กเล็กติดนั้นอาจจะไม่ได้รุนแรงมากเท่ากับที่ผู้ใหญ่เป็นแต่ก็ถือว่าเริ่มมีอาการแล้วให้เราเห็นแล้วว่าในเด็กเล็กนั้นก็สามารถติดเชื้อไวรัสโควิด-19ซึ่งมีการเก็บข้อมูลเป็นสถิติมาจากประเทศจีนว่าเด็กเล็กที่ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19จะมีอาการรุนแรงแค่เพียง 0.2% เท่านั้น

แต่ในขณะเดียวกันตอนนี้เมื่อมีการระบาดเชื้อไวรัสจากโซนเอเชียไปยังโซนยุโรปกับพบว่าที่ปรางประเทศนั้นหากเด็กติดเชื้อไวรัสโควิด-19จะมีอาการรุนแรงจนถึงต้องเข้ารับการรักษาตัวที่ห้องไอซียูเลยก็มีซึ่งอาการรุนแรงของเด็กนั้นมีมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ซึ่งมากกว่าสถิติที่เราเคยเก็บเอาไว้จากประเทศจีน

ดังนั้นจะทำให้เราเห็นว่าเชื้อไวรัสนั้นเริ่มมีการแพร่กระจายและเริ่มโจมตีคนที่อายุน้อยลงบ้างแล้วซึ่งก่อนหน้านี้เราจะเคยได้ยินเกี่ยวกับรัฐมนตรีท่านหนึ่งที่ออกมาบอกว่าเชื้อไวรัสนั้นไม่เล่นงานเด็กซึ่งตอนนี้หากมาดูสถิติของประเทศจีนแล้วก็ประเทศอเมริกาจะเห็นว่าตอนนี้เด็กก็อยู่ในกลุ่มที่เชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมที่จะเล่นงานได้ทุกเมื่อเช่นเดียวกัน

ดังนั้นจึงต้องฝากเตือนผู้ปกครองควรระวังบุตรหลานให้อยู่แต่ในบ้านและทำความสะอาดมือบ่อยๆหากต้องพาออกไปข้างนอกจริงๆก็ควรจะพกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้บุตรหลานล้างบ่อยๆรวมถึงต้องให้เขาสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งและพยายามอย่าพาบุตรหลานไปในบริเวณที่มีความหนาแน่นก็จะสามารถช่วยให้เขาห่างไกล

และลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19ได้เช่นเดียวกันซึ่งจะมีในเรื่องของการเปิดภาคเรียนที่กำลังใกล้จะมาถึงนี้โดยอาจจะต้องรอดูอีกทีนึงว่าสรุปแล้วนักเรียนจะสามารถเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้หรือต้องไปเรียนที่โรงเรียนแล้วถ้าหากต้องไปเรียนที่โรงเรียนนั้นคุณแม่และโรงเรียนอาจจะต้องหาแนวทางร่วมกันในการลดความเสี่ยงที่เด็กนักเรียนจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19

โรงเรียนนั้นเป็นแหล่งที่มีคนหนาแน่นไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้ปกครองที่ไปส่งบุตรหลานของตนเองและเด็กนักเรียนที่ไปเรียนหนังสือกันฉะนั้นโรงเรียนจึงถือเป็นแหล่งความเสี่ยงของการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19ในตอนนี้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  rb88 ล็อกอิน

ปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัว

ปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัวเมื่อต้องอยู่บ้านและเจอหน้ากันตลอด 24 ชั่วโมง

          โดยปกติแล้วสังคมไทยในปัจจุบันนี้เป็นสังคมที่พ่อแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านส่วนลูกเองนั้นก็จะต้องไปโรงเรียนจึงทำให้ทุกคนไม่ค่อยได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันสักเท่าไหร่จะมาเจอหน้ากันเฉพาะช่วงเวลาเย็นที่พ่อแม่สั่งเลิกงานและลูกเลิกเรียนกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านร่วมกันซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวนั้นก็ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นหลังจากนั้น

ทุกคนก็จะแยกย้ายกันไปนอนพักผ่อนและตื่นเช้ามาทุกคนก็จะมีการแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเองทำให้ชีวิตในสังคมครอบครัวในปัจจุบันของไทยนั้นเป็นชีวิตที่ค่อนข้างมีอิสระเสรีเรียกได้ว่าแทบจะแยกกันอยู่ตัวใครตัวมันและเมื่อถึงเวลาในช่วงเย็นก็กลับมาเจอหน้ากันชั่วครู่หลังจากนั้นก็พากันนอนหลับพักผ่อนและวิถีชีวิตแบบนี้

หลายคนคงเคยชินแต่ในปัจจุบันนี้เนื่องจากว่ามีสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่าเข้ามาหลายครอบครัวที่พ่อแม่จำเป็นต้องทำงานอยู่ที่บ้านสำหรับโครงการ work from home ดังนั้นพ่อแม่จากที่เคยต้องออกไปทำงานนอกบ้านจึงต้องอยู่บ้านตลอด 24 ชั่วโมงส่วนตัวลูกเองนั้นก็ไม่ได้ไปเรียนหนังสือเนื่องจากอยู่ระหว่างการปิดเทอมทำให้ทุกครอบครัวต้องอยู่กันเจอหน้ากันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งพ่อแม่และลูกซึ่งส่วนใหญ่แล้วมองว่าการที่อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง

นั้นหลายคนไม่ค่อยได้มีโอกาสนั้นสักเท่าไหร่นักซึ่งถ้ามองจากมุมภายนอกแล้วมักจะเป็นผลดีทั้งต่อตัวพ่อแม่เองและต่อตัวลูก ในความเป็นจริงนะทุกคนพิการตลอด 24 ชั่วโมงเห็นพฤติกรรมของกันและกันทำให้เกิดความเครียดสะสมได้ยิ่งโดยเฉพาะคนที่เคยออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านซะเป็นส่วนใหญ่แต่หลังจากนี้ต้องมาอยู่รวมกันไม่ได้เดินทางออกไปไหนทำให้หลายคนมักจะมีความเครียดและแทนที่จะพูดคุยกันดีๆมีความสุขก็มักจะทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันในครอบครัวขึ้น

โดยความเครียดนี้มาจากเรื่องของผู้ปกครองอาจจะมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องของสถานการณ์ของไวรัสโคโรน่าซึ่งแน่นอนว่าหลายคนจะต้องมีการเครียดเรื่องของการทำงานว่าบริษัทของตนเองนั้นกิจการหรือไม่ทนเองจะถูกไล่ออกจากงานหรือไม่หรือแม้แต่บางคนที่ตกงานแล้วต้องอยู่แต่กับบ้านยิ่งมีความเครียดเป็น 2 เท่ากับคนปกติทั่วไป

อยู่แล้วดังนั้นเมื่อไม่มีเงินและไม่มีงานทำความเครียดยิ่งสะสมและมาแสดงออกไปที่คำที่ไม่เหมาะสมกับคนในครอบครัวนั้นเอง เกิดความเครียดร่างกายระบบการทำงานภายในก็จะทำงานผิดปกติทำให้บางครั้งอาจจะเกิดอาการท้องผูกหรือแม้แต่อารมณ์แปรปรวนมี อาการปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ ซึ่งหากใครมีอาการที่รู้ว่าตนเองนั้นมีความเครียดสามารถที่จะมีการโทรไปคลายเครียดกับศูนย์สุขภาพจิตซึ่งจะมีการเปิดให้บริการกับ ประชาชนที่มีปัญหาความเครียดได้มีการระบายออกมาบ้างเพื่อที่จะได้เป็นการลดกระแสการทะเลาะวิวาทกันภายในครอบครัวได้

 

สนับสนุนโดย  bk8 pantip