เดือน: กรกฎาคม 2021

ท้องผูกบ่อย ๆ เสี่ยงโรคอะไรบ้าง

ท้องผูกบ่อย ๆ  เป็นอาการที่เกิดขึ้นจากระบบขับถ่ายของเราทำงานไม่เป็นปกติ หรือเกิดขึ้นจากการขับถ่ายน้อยเกินไป หรือในบางครั้งก็อาจอั้นอุจจาระนานเกินไปจนส่งผลให้เกิดท้องผูก สมัยนี้อาการท้องผูกพบได้บ่อยไม่แพ้อาการอื่น เนื่องคนส่วนใหญ่มักจะมีพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปด้วย คนเราหากต้องการมีสุขภาพร่างกายที่ดี การขับถ่ายก็ย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญมากเช่นกัน เพราะการขับถ่ายเป็นประจำ

หรือการขับถ่ายให้เป็นเวลาจะช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งก็อาจส่งผลให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้ดีเช่นกัน แต่เชื่อเถอะว่าสมัยปัจจุบันนี้คนเรานั้นก็มีพฤติกรรมการขับถ่ายค่อนข้างที่จะแตกต่างกันออกไป แต่ถึงอย่างนั้นการที่เราขับถ่ายออกมาเป็นประจำก็จะช่วยลดอาการท้องผูกของเราได้

แต่เมื่อไหร่ที่เราไม่ขับถ่าย ขับถ่ายน้อย หรืออาจขับถ่ายน้อยกว่า 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็อาจส่งผลให้ร่างกายเสี่ยงต่อการเกิดท้องผูก หรือมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคร้ายตามมาได้ อย่างไรก็ตาม อาการท้องผูกนับเป็นเรื่องที่เราไม่ควรมองข้าม ยังไงก็ลองสังเกตอาการตัวเองเบื้องต้นดูว่ามีความผิดปกติในรูปแบบไหนบ้าง เพราะอาการท้องผูกมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคร้ายได้เช่นกัน และวันนี้เราจะมียกตัวอย่างโรคร้ายที่อาจมาพร้อมกับอาการท้องผูก จะมีโรคไหนกันบ้างไปดูกันเลย 

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ แน่นอนว่าเป็นโรคที่อาจเกิดขึ้นจากอาการ ท้องผูกบ่อย ๆ ได้ เพราะเมื่อไหร่ที่เรามีอาการท้องผูกเรื้อรังขึ้น ก็ย่อมส่งผลให้ร่างกายมีโอกาสสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างมาก ดังนั้น ทางที่ดีควรหมั่นตรวจสุขภาพร่างกาย เพราะอาการท้องผูกไม่เพียงเป็นแค่อาการธรรมดาที่เกี่ยวกับระบบการขับถ่ายของเราเท่านั้น หากปล่อยไว้ หรือปล่อยให้หายเอง อาการอาจถึงขั้นเรื้อรัง และเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ 

โรคลำไส้อุดตัน หากมีอาการท้องผูกอยู่บ่อย ๆ แนะนำให้ตรวจเช็คร่างกาย เพราะคุณมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคลำไส้อุดตัน เพราะหากร่างกายของเราไม่ได้ขับถ่ายออกมา ก็จะส่งผลให้ร่างกายของเรารู้สึกอึดอัด จุดเสียด แน่นท้องมากขึ้น เพราะเกิดจากการที่เราถ่ายไม่ออก หรืออั้นอุจจาระนานเกินไป โรคลำไส้อุดตันเป็นโรคที่ร้ายแรงมาก มีโอกาสที่จะส่งผลให้เราได้เข้ารับการผ่าตัดได้ ดังนั้น หากไม่อยากท้องผูก แนะนำให้เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

โรคริดสีดวง  โรคนี้จะเกิดขึ้นจากการที่เบาะรองเกิดการเคลื่อนตัวห้อยตัวลงมาต่ำกว่าปกติ หรือโป่งพองอยู่ถึงแม้จะขับถ่ายเสร็จแล้วก็ตาม หรือในบางครั้งในระหว่างการขับถ่ายอาจมีเลือดปนออกมาบ้าง หากอาการนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ หรือเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็สามารถสร้างความรำคาญใจให้กับใครหลายคนจนต้องเข้ารับการผ่าตัดก็ได้ ดังนั้น โรคริดสีดวงทวารจึงเป็นอีกหนึ่งโรคที่อาจเกิดขึ้นจากอาการท้องผูกได้ 

 

สนับสนุนโดย.  aecasino

ยิ่งอายุมากขึ้น คอลลาเจนในร่างกายยิ่งหดหาย

ยิ่งอายุมากขึ้น คอลลาเจน เปลี่ยนเป็นคำที่คนไม่ใช่น้อยรู้จักในรูปแบบของอาหารเสริม อีกทั้งมีความเชื่อหลายแบบเกี่ยวกับคอลลาเจนที่ผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริง เนื่องจากว่าคำโฆษณาชวนเชื่อของสินค้าความสวยสดงดงามที่วางขายอยู่ในตลาด ได้แก่ คอลลาเจน สามารถทำให้ผิวขาวขึ้นได้ ก็เลยนับว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรจะทำความเข้าใจ

คอลลาเจน เป็นอย่างไร?

คอลลาเจน เป็นเส้นใยโปรตีนประเภทหนึ่ง เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง ขน แล้วก็เส้นผม ช่วยทำให้ปรับผิวหนังได้ในบางเรื่อง เช่น ในเรื่องความเต่งตึง ช่วยเรื่องความยืดหยุ่น และเรียบเนียน รวมถึงผิวกระชับ ทั้งยังยังเป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่งของกระดูกอ่อน ก็เลยมีการนำคอลลาเจนไปใช้ในคนที่มาลักษณะเจ็บในโรคข้อหัวเข่าเสื่อม ผู้ที่มีภาวการณ์กระดูกบางหรือกระดูกเปราะ

ที่จริงแล้ว ยิ่งอายุมากขึ้น คอลลาเจน เป็นสิ่งที่ร่างกายสามารถผลิตขึ้นเองได้แล้วก็ได้รับจากของกินหลากหลายชนิด แต่ว่าในผู้ที่แก่มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยยิ่งไปกว่านั้น คือ ผู้ที่แก่มากยิ่งกว่า 30 ปี ขึ้นไป พบว่าการสังเคราะห์คอลลาเจนจะต่ำลง หรือในคนที่ มีต้นเหตุ บางสิ่งบางอย่างทำให้คอลลาเจนสลายตัวหรือถูกทำลายได้ง่าย อย่างเช่น คนที่พักไม่พอ คนที่มีความเคร่งเครียด คนที่ดูดบุหรี่ ฯลฯ ซึ่งอาจนำมาสู่การได้รับคอลลาเจนที่น้อยเกินไปกับความจำเป็นของร่างกาย สาเหตุพวกนี้จะก่อให้ผิวหนังหย่อนยานคล้อย เหี่ยวย่น ไม่เรียบเนียนแล้วก็กำเนิดริ้วรอยได้

 

ต้นเหตุที่ทำให้ร่างกายได้รับคอลลาเจนไม่พอ

– คนสูงอายุ (ด้วยวัยขนาดนี้แล้ว ร่างกายก็จะมีระบบสำหรับการสร้างคอลลาเจนได้น้อยกว่าวัยอื่น)

– รังสี UV จากแดด

– ความเคร่งเครียด

– นอนน้อย

– ดูดบุหรี่

– ทานอาหารไม่ครบ 5 ประเภท

 

ผลพวงจากการที่คอลลาเจนไม่เพียงพอจะส่งผลอย่างไรบ้าง?

– ก่อให้เกิดริ้วรอยบนผิวหนัง

– ผิวเหี่ยวย่น 

– กระดูกอ่อนสลายตัว

– โรคข้อเสื่อม

 

ทำอย่างไรให้คอลลาเจนอยู่กับเรานาน ๆ

– เลี่ยงแสงอาทิตย์

– หลีกเลี่ยงความตึงเครียดหรือเครียดให้ลดน้อยลง

– นอนให้มากขึ้น โดยนอนอย่างมีคุณภาพ

– ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หรือรับประทานให้ครบ 5 ประเภท

– กินน้ำมากขึ้น อย่างต่ำ คือ วันละ 8-10 แก้ว

นอกจากคอลลาเจนที่ผู้สูงอายุหรือวัยเกษียณจะต้องดูแลให้ดีแล้ว เรื่องสุขภาพอื่น ๆ ก็สำคัญเช่นกัน ไม่ว่าจะโรคประจำตัว โรคที่เกิดมากในคนวัยนี้ โรคซึมเศร้า ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดนี้เราอาจจะไม่สามารถรักษาหรือดูแลได้ด้วยตัวเองทั้งหมด การตรวจสุขภาพประจำปีก็เลยเป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะทำ และในผู้ที่มีโรคประจำตัวก็ควรไปตามนัดแพทย์ทุกครั้ง เพื่อให้สามารถรักษาได้ต่อเนื่องและตรงจุด เพื่อรักษาสุขภาพดี ๆ ให้อยู่กับคุณเองไปนาน ๆ

 

สนับสนุนโดย.    แทงหวยจับยี่กี