เดือน: มิถุนายน 2020

รองพื้นสุดปังศรีจันทร์แบบซอง

ซึ่งในปี2019นั้นรองพื้นศรีจันทร์ถือว่าโดนจัดอยู่ใน Favorite ของใครหลายๆคนเลยทีเดียวและในปี202นั้นศรีจันทร์ก็ได้มีการออกรองพื้นในรูปแบบซองที่มีปริมาณ7กรัมและได้รับฉายาเป็นรองพื้นเจ้าหญิง เนื้อของรองพื้นนั้มีความเนียนนุ่ม เนื้อละเอียดและสามารถเกลี่ยได้ง่ายและไม่ทำให้หนักผิวด้วยและถือว่าพิเศษมากสำหรับการปกปิดสามารถปกปิดได้ถึงระดับสูงสุดเลยทีเดียว และยังสามารถกันน้ำและกันเหงื่อได้ด้วย

การลงรองพื้นศรีจันทร์แบบซองนั้นเริ่มต้นจากการลงสกินแคร์ต่างๆ ที่เราใช้เป็นประจพโดยไม่ต้องลงไพร์เมอร์เพราะรองพื้นนั้นสามารถควบคุมความมันและไม่ทำให้หน้าดรอประหว่างวันด้วย ก่อนลงรองพื้นเราจะสังเกตหน้าได้ว่าหน้าเราที่มีทั้งสิว รอยจุดด่างดำ หรือรอยที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆนานา และเมื่อลงรองพื้นควรแต้มเป็นจุดๆบนใบหน้าโดยไม่ต้องใช้เยอะ

ใช้ในปริมาณที่พอดีกับหน้า เพราะถ้าหากใช้เยอะเกินอาจจะทำให้หน้านั้นมีความหนาเกินไปนั่นเองเมื่อแต้มเป็นจุดๆแล้วนั้นก็ใช้มื่อเกลี่ยให้รองพื้นทั่วใบหน้า และใช้ปรงหรือฟองน้ำรูปไข่ในการแทปเพื่อให้รองพื้นนั้นเซ็ทตัวและเข้ากับหน้าได้ดี เมื่อลงรองพื้นไปแล้วเราจะสังเกตได้เลยว่าหน้าที่ลงรองพื้นนั้นจะมีความเนียนและดูเป็นธรรมชาติกลมกลืนไปกับผิว จะไม่ประสบปัญหาน้าลอยอย่างแน่นอนแต่จะต้องเลือกให้ถูกเบอร์และสีรองพื้นเหมาะกับสีผิวของตัวเองนะสาวๆ

และพวกริ้วรอย รอยด่างดำต่างๆบอกได้เลยว่าศรีจัยทร์นั้นเอาอยู่ แต่ถ้าเป็นรอยที่เข้มก็อาจจะแต้มรองพื้นเพิ่มในจุดนั้นๆและแทปด้วยฟองน้ำรูปไข่ ก็จะทำให้ริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆนั้นเรียบกลืนไปกับผิวนั่นเองและจากนั้นอาจจะเซ็ทด้วยแป้งฝุ่นอีกเล็กน้อยเพื่อให้หน้าดูมีชีวิตชีวาขึ้น 

นอกจากจะได้ผิวผิวหน้าที่เรียบเนียนและดูสุขภาพดีแล้วนั้นที่สำคัญสามารถหาซื้อได้ง่าย สามารถหาซื้อได้ตาม7-11ทุกสาขาส่วนสีนั้นจะมีสีให้เลือกด้วยกัน2สี คือสี120 จะเหมาะกับคนที่มีสีผิวขาว และ130 จะเหมาะกับคนที่มีสีผิวคล้ำ ซึ่งถ้าอยากให้หน้าขาวก็เลือกสีขาว เพราะศรีจันทร์นั้นการันตีไว้ว่าไม่ทำให้หน้าลอยแน่นอน แต่ถ้าหากกัลวลอยก็ควรเลือกสีที่เหมาะกับผิวหรือจะซื้อสองสีมาผสมกันก็ได้ ที่สำคัญคือราคาถูกมาก เพียงซองละ49บาท ซองนึงใช้ได้นานมาก ถือว่าราคาคุ้มค่ากับคุณภาพอย่างมากเพียงแค่นี้ก็สวยได้ในราคาย่อมเยาว์

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ถูกกฎหมาย

สาเหตุที่คุณปวดหัวบ่อยๆ มันมีที่มานะ!

การที่คุณปวดหัวบ่อยๆ บางทีคุณเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเกิดอาการปวดหัวบ่อย แต่จริงๆแล้วการปวดหัวนั้นมักจะมีที่มาและมีสาเหตุที่คุณอาจจะไม่รู้ วันนี้เรามีเรื่องสุขภาพดีๆมาฝาก คือการปวดหัวนั้นมันมีสาเหตุนะ ไปดูสิว่าคุณอยู่ในสาเหตุหรือที่มา ตัวไหน 

เครียดและใช้ความคิด

การทำงานหรือการที่คุณเครียดหรือโฟกัสกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนานๆและเกิดการใช้สมองอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นสาเหตุใหญ่ๆที่คนทำงานหรือคนทั่วไปมักจะเป็น การปวดหัวแบบนี้จะเกิดก็ต่อเมื่อการใช้ความคิดหรือการใช้สมองหนักเกินไป

การขาดคาเฟอีน 

คุณที่ทำงานตอนเช้าและมักเกิดอาการง่วงนอน ต้องกินกิน ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มคาเฟอีน เพื่อให้รู้สึกสดชื่น ในทุกๆวัน และหากวันไหนที่คุณหยุด หรือ ปริมาณที่กินคาเฟอีน มันน้อยกว่าปกติ มันจะทำให้ร่างกายคุณหงุดหงุด และมีอาการปวดหัวตามมา เพราะเนื่องจากร่างกายนั้นติดคาเฟอีนไปแล้ว เพราะขาดเลยทำให้คุณปวดหัวนั้นเอง ทางทีดีคุณต้องค่อยๆลดคาเฟอีนและอย่ากินบ่อยจนร่างกายติด 

ค่าสายตาเปลี่ยน 

นั้นหมายถึงคุณมีอาการสายตาสั้นขึ้น หรือ สายตายาวขึ้น ซึ่งพอค่าตาเปลี่ยน ร่างกายมักจะปฏิบัติเป็นอัตโนมัติ คือ พยายามเพ่งเล้งสิ่งของ และนั้นเองคิดสาเหตุที่ทำให้คุณทั้งปวดตาและปวดหัวไปด้วยนั้นเอง หากค่าสายตาคุณเริ่มเปลี่ยนอย่าพยายามฝืนนะ คุณควรจะไปวัดค่าสายตาและใส่แว่น หรือคอนแทคเลนส์ เพื่อความปลอดภัยของตัวเรา เพราะการที่คุณมีค่าสายตาที่เปลี่ยนทำให้การดำเนินในชีวิตแต่ละวันจะต้องคอยระวังตลอดเวลา และยังส่งผลไปถึงอาการปวดหัวได้อีกด้วย

การเกร็งคอกล้ามเนื้อคอ ไหล่ ตึง

การที่เราต้องไปทำงานและใช้คอมในทุกๆวันและนั่งเป็นเวลานานๆ คุณรู้หรือไม่ว่าคุณมีโอกาสที่จะปวดหัวง่ายมาก เพราะเกิดจากการที่คุณนั่งทำงานท่าเดิมและเกร็งต้นคอและหัวไหล่ ระหว่างการทำงานหรือใช้คอมพิวเตอร์ หรืออีกอย่างที่ทุกคนมักเรียกกัน คือ ออฟฟิศซินโดรม นั้นเอง มันเกิดจากอการที่ไหล่ คอ เกร็งกล้ามเนื้อ และพอเกร็งนานๆ บ่อยๆ เส้นก็จะตึงไปด้วย การเป็นว่าทำให้คุณปวดคอและปวดหัวนั้นเอง วิธีแก้คือระหว่างทำงานก็มายืดเส้นยืดสายบ้าง หรือ กลับบ้านก็แช่น้ำอุ่นหรือเอาน้ำอุ่นมาประคบที่คอให้เกิดการคลายกล้ามเนื้อบริเวณที่เราใช้งานมา 

คุณลองสังเกตตัวเองดูว่าสาเหตุหรือที่มาที่ทำให้คุณปวดหัวในแต่ละครั้งนั้นมาจากไหน หากคุณรู้ที่มาแล้วคุณจะได้ป้องกันการปวดหัวได้ง่ายขึ้นนะ

 

สนับสนุนโดย  bk8

ใส่หน้ากากอนามัยห่างไกลโลก

         ในช่วงนี้นั้นทางรัฐบาลเองต่างก็พยายามรณรงค์ให้กับประชาชนนั้นยังคงต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อเวลาที่เรามีความจำเป็นต้องออกไปนอกบ้านซึ่งจริงๆแล้วการสวมใส่หน้ากากอนามัยนั้นในความคิดของคนบางกลุ่มนั้นมองว่าคนที่สวมใส่หน้ากากอนามัยควรจะเป็นผู้ป่วยที่ป้องกันเชื้อโรคของตนเองนั้นแพร่ให้กับคนอื่นแต่อันที่จริงนั้นถึงแม้เราจะไม่ใช่ผู้ป่วยก็ตามเราก็สามารถสวมใส่หน้ากากอนามัยได้เพื่อป้องกันผู้ป่วยนั้นแพร่มาหาเราโดยที่ผู้ป่วยเขาไม่มีการป้องกันดังนั้นตัวเราเอง

ก็สามารถป้องกันให้กับตนเองได้การสวมใส่หน้ากากอนามัยนั้นมีความจำเป็นมานานก่อนหน้าที่จะมีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าเสียอีกเนื่องจากว่าก่อนหน้านั้นมีการระบาดในเรื่องของมลพิษทางอากาศซึ่งเราจะเห็นได้ว่าช่วงประมาณตั้งแต่ต้นปีระกาคมพ.ศ 2552 เป็นต้นมาประเทศไทยมักจะประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของมลพิษค่า PM 2.5 มาโดยตลอด

ซึ่งแต่ละพื้นที่นั้นก็จะมีมลพิษค่อนข้างสูงบางครั้งก็เกินมาตรฐานที่มีการกำหนดไว้ซึ่งการที่เราสูดเอามลพิษเข้าไปนี้เองก็จะทำให้เราเจ็บป่วยได้ง่ายรวมถึงมีโรคภัยไข้เจ็บเข้ามาสู่ร่างกายของเราได้บ่อยมากขึ้นดังนั้นการที่จะสามารถป้องกันการ เอา PM 2.5 เข้าไปหรือสุดเอาฝุ่นควันเข้าไปให้ปอดเราต้องทำงานหนักนั่นเอง

ดังนั้นหน้ากากอนามัยจึงมีความสำคัญนับตั้งแต่ก่อนที่จะมีการระบาดของเชื้อโรคแล้วเพียงแต่ว่าประชาชนคนไทยนั้นไม่ค่อยที่จะให้ความสำคัญมากนักโดยมองว่าหากเป็นคนธรรมดาทั่วไปก็ควรจะได้รับอากาศบริสุทธิ์ตามปกติแต่ไม่เคยมองว่าอากาศที่เราคิดว่ามันบริสุทธิ์นั้นตอนนี้มันไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่เราคิดแล้วเนื่องจากประชาชนนั้นได้มีการบุกรุกทำลายป่าไม้และมีการทิ้งขยะกันมากขึ้นรวมถึงมีท่อไอเสียจากรถยนต์ค**พุ่งขึ้นไปในอากาศทำให้อากาศที่เคยบริสุทธิ์มา

ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์นั้นปัจจุบันมีแต่กลิ่นควัน และมีมลพิษต่างๆมากมายซึ่งถ้าเราไม่ใส่หน้ากากอนามัยแล้วเราก็จะดูดเอาควันพิษนั้นเข้ามาทำให้ระบบภายในร่างกายของเราได้รับความเสียหายและเจ็บป่วยได้ง่ายนั่นเองซึ่งอันที่จริงแล้วการที่เราจะสูดควันพิษเข้าไปหรือไม่นั้นไม่มีใครที่จะมาบอกเราได้หรือสั่งการเราได้ว่าเราควรจะทำอย่างไร

ดังนั้นเราควรจะมีการดูแลร่างกายของเราเองซึ่งหน้ากากอนามัยนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้ที่มนุษย์ทุกคนควรจะมีการสงสัยกันเอาไว้เมื่อเวลาต้องออกไปนอกบ้านถึงแม้ว่าเรานั้นจะไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยอะไรเลยก็ตามและถึงแม้ว่าต่อไปในอนาคตเชื้อระบาดของไวรัสโคโรนาจะหมดไปแต่การสวมใส่หน้ากากอนามัยก็ยังเป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างต่อเนื่องไปตลอดเพราะเราไม่รู้หรอกว่าเชื้อโรคอื่นๆจะตามมาอีกหรือไม่นอกจากเชื้อไวรัสโคโรน่านั้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

ประจำเดือนบอกว่าเราเป็นโรคอะไรได้บ้าง

          อาจกล่าวได้ว่าการมีประจำเดือนสำหรับผู้หญิงนั้นไม่สามารถหลีกหนีกันพ้นซึ่งผู้หญิงทุกคนเมื่อพูดถึงประจำเดือนจะทำให้นึกถึงแต่ความไม่สบายตัว ทั้งการปวดท้องช่วงมีประจำเดือนบางคนมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมากทำให้เกิดสิวขึ้นได้ หรือบางคนมีอาการปวดหลังร่วมด้วยแต่ใช่ว่าการเป็นประจำเดือนจะมีแต่ผลเสียอย่างเดียว

เพราะประจำเดือนมีการเกี่ยวพันธ์กับอวัยวะภายในของร่างกาย ดังนั้นลักษณะของประจำเดือนที่ออกมาแต่ละเดือนจะสามารถเราได้ว่าเรามีความผิดปกติอะไรบ้าง มาลองดูกันค่ะเพราะการที่เราสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ได้ก่อนก็จะทำให้เราไปพบแพทย์เพื่อรักษาได้เร็วขึ้น ทำให้ชีวิตเราปลอดภัยมากขึ้นดังนั้นสัญญาณที่จะสามารถบอกเราได้ว่าประจำเดือนที่มาผิดปกติของเรานั้นเป็นสาเหตุของโรคอะไรกันแน่

  1. หากพบปัญหารอบเดือนมาไม่ปกติ มาไม่สม่ำเสมอ มีการเลื่อนทุกเดือน แบบนี้ไม่ได้เกิดโรคอะไรแต่ถ้าหากมาพร้อมอาการผิดปกตเหล่านี้เพิ่ม เช่น ปวดหัวทุกครั้งที่มีประจำเดือน มองเห็นไม่ชัดเจนและมีขนขึ้นเยอะกว่าเดิม อาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรค เนื้องอกในรังไข่
  2. แต่ถ้าหากมีปัญหาประจำเดือนมามากกว่าหนึ่งสัปดาห์ และมีอาการปวดท้องน้อยและมีขนาดโตขึ้นและปัสสาวะบ่อยหรือมีการปวดท้องระหว่างมีเพศสัมพันธ์ อาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรคเนื้องอกในมดลูก
  3. หากประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ รวมถึงมีอาการอ่อนเพลีย ทำงานได้ช้า เวียนหัวบ่อย หน้าแต่เกินวัยขนในอวัยวะสืบพันธ์หลุดร่วง ผิวหนังแห้ง หยาบ อาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรคโรคต่อมใต้สมองขาดเลือด
  4. แต่หากพบว่ามีลิ่มเลือดออกมาพร้อมกับประจำเดือนในปริมาณที่มากผิดปกติ เป็นประจำทุกเดือน อาจสันนิฐานได้คุณกำลังเสี่ยงกับการเป็นโรค อุ้งเชิงกรานอักเสบ
  5. ส่วนถ้าประจำเดือนมากน้อยมาก แต่มีสีเข็มมาก รวมถึงมีอาการเวียนหัวบ่อย เหนื่อยง่ายและไม่ค่อยมีแรงอาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรค โรคโลหิตจาง
  6. แต่ถ้าประจำเดือนของคุณมีกลิ่นเหม็นเหมือนกลิ่นคาวปลา รวมถึงมีอาการคัน แสบในช่องคลอดบางครั้งมีตกขาวที่มากผิดปกติ และตกขาวอาจเป็นสีขาวขุ่นหรือสีเทา อาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรคติดเชื้อไวรัส     หรือแบคทีเรียที่ช่องคลอด
  7. แต่ถ้าบางคนมีประจำเดือนออกมามากผิดปกติ รวมถึงมีลักษณะหน้าซีด ตัวซีดปวดท้องน้อยที่สำคัญประจำเดือนมีกลิ่นคาวปลา อาจสันนิฐานได้คุณ กำลังเสี่ยงกับการเป็นโรค ปีกมดลูกอักเสบ
  8. แต่ถ้าหากมีประจำเดือนเยอะ และยิ่งใกล้วันหมดประจำเดือนยิ่งปวดท้องหนักกว่าเดิม อาจสันนิฐานได้คุณกำลังเสี่ยงกับการเป็นโรค ช็อคโกแลตซีสต์

          อย่าลืมสังเกตอาการของประจำเดือนทุกครั้งกันด้วยนะคะ ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งหมั่นตรวจสอบความผิดปกติของร่างกาย หากมีอาการดังที่กล่าวมาข้างต้นแต่ไม่แน่ใจว่าเราเป็นโรคเหล่านี้หรือไม่อย่าลืมไปพบแพทย์ให้ตรวจให้ละเอียดอีกครั้งนะคะ   

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เว็บพนัน